PERSPECTIVE OF AEC – อินโดนีเซีย : การเมืองเรื่องของความสัมพันธ์

0
84

 วันพุธที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านไปเป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีของอินโดนีเซียนะครับ ขณะที่เขียนแม้ว่าผล ที่เป็นทางการจะยังไม่ประกาศ แต่ผมก็ฟันธงไปนานแล้วว่า นาย โจโค วิโดโด หรือที่คนอินโดนีเซียชอบเรียกว่า โจโควี่ จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย MIXX ฉบับนี้ผมเลยขอเขียน ถึงสายสัมพันธ์ของ นักการเมืองที่โน่นว่าเขามีความสัมพันธ์โยงใยกันมากน้อยแค่ไหน

เริ่มกันที่ผู้สมัครหมายเลข 1 กันก่อน นายพล ปราโบโว สุเบียนโต อดีตนายทหารใหญ่ นอกจากพ่อของเขาจะเคย เป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจในสมัยของประธานาธิบดี ซูการ์โนและประธานาธิบดีซูฮาร์โตแล้ว ตัวนายพลปราโบโว เองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอดีต ประธานาธิบดีซูฮาร์โต เพราะเขาเป็นอดีตลูกเขย เคยแต่งงานกับลูกสาว ของซูฮาร์โต แต่ภายหลังได้หย่าร้างกันไปแล้ว

ส่วนความสัมพันธ์กับประธานพรรค PDI-P คือนางเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรีที่ส่งนายโจโควี่ลงชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีกับเขา ก็ต้องถือว่าไม่ธรรมดาเพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นายพลปราโบโวเคยลงสมัครเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับนางเมกาวาตี มาแล้ว

ส่วนคู่สมัครกับเขาในตำแหน่งรองประธานาธิบดีคือนาย ฮัตตา รายาซา นั้น นอกจากจะเคยเป็นรัฐมนตรี ร่วมคณะรัฐมนตรีกับนายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน หรือ SBY ในสมัยที่นางเมกาวาตีเป็นประธานาธิบดีแล้ว ในสมัยที่สองของการเป็นประธานาธิบดีของ SBY ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2557 เขาก็ได้ดึงเอานายฮัตตามารับ ตำแหน่งรัฐมนตรีประสานงานเศรษฐกิจ ให้มารับผิดชอบดูแลแผนพัฒนาเศรษฐกิจสำคัญของอินโดนีเซีย ซึ่งมีเป้าหมายที่จะยกระดับเศรษฐกิจของอินโดนีเซียให้โตติดหนึ่งในสิบของโลกที่ชื่อ MP3EI ด้วย สัมพันธ์กัน ทางการงานยังไม่พอ ในด้านส่วนตัวนายฮัตตา ยังมีฐานะเป็นพ่อตาของลูกชายคนเล็กของ SBY อีกทางหนึ่ง

มาดูกันที่ผู้สมัครหมายเลข 2 นายโจโควี่  นั้น เขาเป็นเพียงคนเดียวในวงการการเมืองของ อินโดนีเซียที่ไม่ได้มีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองคนอื่นๆเลย เพราะเขาเติบโตมาจากครอบครัวธรรมดาๆ ในเมืองเล็กๆที่ชื่อสุราบายาหรือโซโล เรียนในมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เรียนจบก็ทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะกระโดดเข้าสู่วงการการเมืองท้องถิ่นบ้านเกิด ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี เมื่อได้รับเลือกตั้ง โจโควี่ได้พัฒนาและยกระดับจากเมืองเล็กๆที่คนไม่สนใจ ให้กลายเป็นเมืองที่มีการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ประชาชนได้รับสวัสดิการที่ดี ทั้งทางด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุข สุดท้ายเมืองโซโลก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง

ด้วยฝีมือที่โดดเด่น การบริหารที่โปร่งใสและถึงลูกถึงคน โจโควี่ก็เลยถูกชักชวนให้มาสมัครเป็นผู้ว่าการ           กรุงจาการ์ตาและก็ได้รับเลือกตั้งเสียด้วย เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ โจโควี่ ก็ได้ปฏิรูปการบริหารจัดการเมืองให้โปร่งใส และมีประสิทธิภาพด้วยการนำเอาระบบไอทีเข้ามาช่วยในการบริหาร ทำให้การยื่นขออนุญาตของประชาชน ในการลงทุน ทำธุรกิจ ก่อสร้างหรือการขออนุญาตต่างๆ เป็นไปด้วยความโปร่งใสและรวดเร็ว ปัญหาต่างๆ ของกรุงจาการ์ตาที่หมักหมมมานาน ก็ถูกนายโจโควี่แก้ไขอย่างรวดเร็ว ด้วยสไตล์การทำงานแบบเน้นการลงมือและตรวจสอบตรวจสอบและตรวจสอบ

บริหารกรุงจาการ์ตาได้แค่สองปี ผู้คนก็เรียกร้องให้เขาลงสมัครเป็นประธานาธิบดี พรรค PDI-P ซึ่งนางเมกาวาตีเป็นประธานพรรค ก็ได้ไปชักชวนนายโจโควี่มาลงสมัครในนามพรรค

ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างมากเพราะเพียงประกาศชื่อออกมา หุ้นก็ขึ้น คะแนนนิยมพรรค PDI-P ก็ขึ้น

แม้ว่านายโจโควี่จะเป็นคนธรรมดาสามัญ แต่ผู้สมัครเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับโจโควี่ที่ชื่อ นายยูซุฟ คัลลา นั้นกลับไม่ธรรมดา เพราะนายยูซุฟซึ่งเป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีใหญ่คนหนึ่งของอินโดนีเซียนั้น ในอดีต นอกจากจะเคยเป็นรัฐมนตรีทั้งในรัฐบาลของประธานาธิบดี อับดุลเราะห์มาน วาหิด และรัฐบาลของ ประธานาธิบดีเมกาวาตีแล้ว นายยูซุฟยังเป็นผู้สมัครเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับ SBY ในการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีโดยตรงครั้งแรกของอินโดนีเซียในปี พ.ศ.2547 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นคู่ของ SBY กับนายยูซุฟ ชนะการเลือกตั้ง นายยูซุฟจึงได้เป็นรองประธานาธิบดีคู่ใจของประธานาธิบดี SBY

เมื่อบริหารประเทศมาครบเทอมคือ 5 ปี ประธานาธิบดี SBY เลือกคนอื่นมาลงสมัครคู่เป็นรองประธานาธิบดี แทนเขา ในการสมัครสมัยที่สองในปีพ.ศ. 2552 นายยูซุฟจึงได้ลงสมัครเป็น ประธานาธิบดีเสียเองโดยลงคู่กับ นายพลวิรันโต ประธานพรรค ฮานูรา ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ประธานาธิบดี SBY ชนะเลือกตั้งได้เป็น ประธานาธิบดีต่อเนื่องเป็นสมัยที่สอง

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดนี้พรรค ฮานูรา ของนายพลวิรันโต ประกาศสนับสนุนทีมของ นายโจโควี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะความสัมพันธ์กับนายยูซุฟ คัลลา ยังแนบแน่นดีอยู่ หรือเพราะนายพลวิรันโต ยังจำเรื่องราวในอดีต ระหว่างเขากับนายพลปราโบโว ที่เคยมีการแย่งชิงอำนาจกันตอนที่ทั้งคู่ยังอยู่ในกองทัพกันแน่

อีกคนที่ต้องเขียนถึงเพราะเป็นหญิงเหล็กผู้ทรงอิทธิพล นั่นคือประธานพรรค PDI-P นางเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี นั่นเอง อ่านแค่ชื่อก็พอรู้แล้ว ว่าเธอเป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซียที่ชื่อ ซูการ์โน   นางเมกาวาตีนั้นเคยเป็นรองประธานาธิบดี สมัยประธานาธิบดีอับดุลเราะห์มาน วาหิด ต่อมาก็ได้ขึ้นเป็น ประธานาธิบดีหลังจากนายวาหิดถูกสภาถอดถอนออกจากตำแหน่ง

ในสมัยที่นางเมกาวาตี เป็นประธานาธิบดีนั้น เธอเคยแต่งตั้ง SBY เป็นรัฐมนตรีมาดูแลงานด้านการเมือง และความมั่นคง ซึ่งพอหมดสมัย ทั้งสองฝ่ายก็แยกทางกัน ฟอร์มทีมลงแข่งเป็นประธานาธิบดีเสียเอง โดยนางเมกาวาตีลงคู่นายพลวิรันโต และ SBY ลงคู่นายยูซุฟ คัลลาคู่สมัครของโจโควี่คราวนี้

เห็นชัดเลยนะครับว่าสายสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองของอินโดนีเซียนั้นเขาโยงใยผูกพันกันน่าดู ผูกพันเหนียวแน่นแบบนี้ เลยทำให้อำนาจทางการเมืองของอินโดนีเซีย ก็เลยถูกผูกขาด อยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ มาโดยตลอด การเมืองจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวกเท่านั้นเอง

การก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของคนธรรมดาๆ เช่น นายโจโควี่ ก็เลยเป็นปรากฏการณ์ที่ใหม่มากๆของ อินโดนีเซีย และก็ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีมากของการเมืองสมัยใหม่ เป็นพัฒนาการก้าวที่สำคัญ ของระบอบประชาธิปไตยที่นั่น ซึ่งในอดีตเคยมีความขัดแย้งทางความคิด ระบอบการปกครอง การแย่งชิงอำนาจ จนเกิดการสูญเสียการฆ่ากันตายเพราะความขัดแย้งเหล่านี้หลายแสนคนเลยทีเดียว

แต่มาวันนี้อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกรองจาก อินเดียและสหรัฐฯ กำลังแสดงให้โลกเห็นว่าประชาธิปไตยของเขาพัฒนาไปได้ไกลกว่าใครๆ ใน AEC ด้วยกัน กระบวนการจัดการเลือกตั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบและการคานอำนาจระหว่างหน่วยงานต่างๆ รวมถึงองค์กรอิสระ ระบบตุลาการ การปราบปรามคอร์รัปชั่น มีความชัดเจน เป็นระบบ มีประสิทธิภาพมากกว่าไทยเรานัก วันหลังจะเขียนให้อ่านครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow