PERSPECTIVE OF AEC – รู้จักฟิลิปปินส์

0
102

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอะไรให้เราได้อะเมซิ่งกันได้เอยะแยะเต็มไปหมด บางเรื่องก็น่าจะเอามาเป็นบทเรียน ของพวกเราได้

เรื่องแรกก็คือประเทศนั้นไม่ว่าจะเคยยิ่งใหญ่หรือเจริญเพียงใด ก็มีโอกาสที่จะล่มสลายได้ถ้าผู้บริหารประเทศ คอร์รัปชั่นและปล่อยให้ปัญหาคอร์รัปชั่นเรื้อรัง ถ้านับถอยหลังไปสัก 5-60 ปีนั้นต้องบอกว่าฟิลิปปินส์นั้นยิ่งใหญ่ กว่าประเทศไทย สิงคโปร์หรือแม้กระทั่งเกาหลีใต้ ดูจากการที่คนมีสตางค์ในสมัยนั้นต่างก็ส่งลูกหลานไปเรียน หนังสือกันที่นั่นทั้งนั้น

เมื่อเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยเรากับฟิลิปปินส์ในอดีตนั้น ฟิลิปปินส์เคยใหญ่กว่าเราสองเท่าทั้งขนาด เศรษฐกิจประเทศและรายได้ต่อหัว และขนาดเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์นั้นเคยใหญ่กว่าทั้งสิงคโปร์และเกาหลีใต้ มาถึงวันนี้ฟิลิปปินส์มีขนาดของเศรษฐกิจที่เล็กกว่าทั้งไทย สิงคโปร์และเกาหลีใต้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า ปัจจุบันขนาดเศรษฐกิจของฟิลิปินส์เล็กกว่าของไทย 50 เปอร์เซ็นต์ และคนไทยเรามีรายได้ต่อหัวมากกว่า คนฟิลิปปินส์สองเท่า

ต้นตอการล่มสลายของฟิลิปปินส์นั่นเองประธานาธิบดีคนที่ 10  ที่ชื่อ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ซึ่งเป็น ประธานาธิบดีแบบเผด็จการต่อเนื่องยาวนานถึง 21 ปี มาร์กอสนั้นนอกจากจะเป็นเผด็จการแล้วยังเป็น ประธานาธิบดีที่คอร์รัปชั่นติดอันดับโลกอีกด้วย มีการประเมินกันว่ามาร์กอสโกงเงินประเทศไปนับแสนๆ ล้าน บาทและด้วยการโกงประเทศอย่างมโหฬารสุดท้ายฟิลิปปินส์ที่เคยยิ่งใหญ่ก็ล่มสลาย ประชาชนทนไม่ไหวลุกขึ้น มาใส่เสื้อเหลืองขับไล่มาร์กอสได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2529

เมื่อมาร์กอสตายในการลี้ภัย ภริยาของเขานางอิเมลด้าได้ขอกลับประเทศ ปรากฎว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ยอม ให้นางอิเมลด้ากลับประเทศ แต่ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือเมื่อนางอิเมลด้าและลูกสาวลูกชายได้ลงสมัครรับ เลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและระดับวุฒิสภา คนฟิลิปปินส์ก็เลือกคนเหล่านี้กลับมาให้มีหน้ามีตาในสังคมการเมือง อีก สาเหตุที่นางอิเมลด้าและลูกๆสามารถกลับเข้ามาสู่วงการการเมืองได้นั้นก็เพราะการเมืองในฟิลิปปินส์ นั้นเป็นการเมืองแบบผูดขาดในแวดวงเครือข่ายตระกูลนักการเมืองไม่กี่ตระกูล ในแต่ละเมืองของฟิลิปปินส์นั้น จะมีตระกูลนักการเมืองสองสามตระกูลแข่งขันกันหน้าเดิมๆ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกันอยู่แค่นั้น

นอกจากการเมืองจะตกอยู่ภายใต้คนไม่กี่ตระกูลแล้ว ฟิลิปปินส์ยัง “ปล่อยให้คนโกงลอยนวล” การโกงแล้ว โดนจับได้และการนิรโทษกรรมเป็นเรื่องปรกติในการเมืองฟิลิปปินส์ เชื่อหรือไม่ครับแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอิเมลด้า ยังมีทรัพย์สินนับแสนล้านที่มารร์กอสโกงประเทศมา วันนี้ฟิลิปปินส์ก็ยังไม่สามารถทวงเงินของประเทศกลับ มาจากอิเมลด้าได้

จะว่าไปแล้ว เรื่องอิเมลด้าไม่ใช่เรื่องผิดปรกติ เพราะประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราด้าซึ่งถูกอภิปรายขับออกจาก ตำแหน่งเพราะการใช้เงินผิดประเภท แม้สภาจะลงมติขับออกจากตำแหน่ง แต่เขาก็ได้รับการนิรโทษกรรมจาก ลูกน้องเก่าของเขาซึ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีแทนเขาเช่นกัน

ด้วยการโกงประเทศกันอย่างมากและการปล่อยให้คนโกงลอยนวล ฟิลิปปินส์ก็เลยล่มสลาย ไทยเราต้องดูให้ดี นะครับ เพราะว่าไปแล้วสถานการณ์เราก็นับวันจะคล้ายฟิลิปปินส์ก่อนล่มสลายเข้าไปทุกที คนโกงลอยหน้า ลอยตากันอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

ข่าวดีสำหรับฟิลิปปินส์ก็คือ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เบนิกโน อะกีโน่ที่สาม ซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยการ ประกาศจะปราบคอร์รัปชั่นนั้น เขาเอาจริงเอาจังกับการปราบคอร์รัปชั่นจนดัชนีภาพลักษณ์ความโปร่งใส ซึ่งฟิลิปปินส์เคยแพ้เมืองไทยมาโดยตลอด นั้นดีขึ้นจนแซงหน้าไทยเราในปีที่แล้ว โชคดีที่ปีนี้ดัชนีของไทยเรา เด้งคืน มาทันจนเท่ากับฟิลิปปินส์ไม่งั้นคงจะอายเขาน่าดู

แค่เปลี่ยนประธานาธิบดี เปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ จากประเทศที่มีฉายาว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” เพราะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่อง วันนี้ฟิลิปปินส์เติบโตต่อเนื่อง สองปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตสูงมากๆ จนติดอันดับต้นๆของโลก และคาดการณ์กันว่าจากนี้ไปอีกสิบปี เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะเติบโตสูงสุดใน AEC ส่วนฉายาเดิมของ ฟิลิปปินสืนั้น โลกเขายกให้ประเทศไทยแต่แก้ไขเล็กน้อยให้เป็น “คนป่วยรายใหม่ของเอเชีย”

ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ ขนาดประเทศกับรายได้ของคนไทยกับฟิลิปปินส์อาจจะ ย้อนกลับไปเหมือนในอดีตอีกก็ได้ น่ากลัวนะครับ

ทริปล่าสุดของผมที่ไปฟิลิปปินส์เห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศเขากำลังเติบโต หันไปทางไหนก็จะเห็นภาพการ ก่อสร้างตึกรามบ้านช่องเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่เครนก่อสร้างเหมือนกับเมืองไทยเราในอดีต ในมะนิลา รถราก็ติดหนึบหนับเหมือนเมืองไทยไม่มีผิด จะว่าไปแล้วกรุงเทพฯเรายังดีกว่าเพราะยังมีทางด่วน ทางวงแหวนเป็นทางเลือกบ้าง ผมว่าเรื่องการจราจรติดขัดนี่น่าจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในอนาคตของฟิลิปปินส์

การเดินห้างสรรพสินค้าในฟิลิปปินส์เป็นอะไรที่น่าสนุกเมหือนเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าของไทยนะครับ คนฟิลิปปินส์ชอบเดินเล่นตามห้างฯ เพราะห้างสรรพสินค้าในฟิลิปปินส์นั้นนิยมสร้างให้ใหญ่โต ว่ากันว่าในบรรดาห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ 10 อันดับแรกของโลกนั้นอยู่ในฟิลิปินส์ถึง 3 แห่งเลยนะครับ การบริการของคนขายของที่นั่นก็ดีไม่แพ้เมืองไทยนะครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มใจให้บริการดีทีเดียว

ถ้าหิวที่ฟิลิปปินส์ก็มีร้านอาหารทุกรูปแบบทุกชาติให้เลือก มาตรฐานเดียวกับเมืองไทย ส่วนอาหารพื้นเมืองของ เขานั้นผมว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว วันหลังผมจะเจาะลึกเรื่องอาหารฟิลิปปินส์อีกที วันนี้เอาแค่ว่าอาหารเขากับ เราคล้ายกันมาก ต่างกันแค่ว่าคนฟิลิปปินส์ชอบทานหวานกว่าเราและไม่ค่อยชอบทานอาหารรสเผ็ด ส่วนที่คนไทยจะไม่ค่อยกล้าทานเลยคืออาหารพวกปิ้งๆย่างๆ เพราะคนฟิลิปปินส์เขาได้รับอิทธิพลจาก คนอเมริกันที่เคยมาครอบครองในอดีตที่ชอบทางอาหารปิ้งย่างบาร์บีคิวแบบต้องออกไหม้ๆ อาหารปิ้งย่างทุกจานของฟิลิปปินส์เลยต้องมีไหม้ๆดำๆให้เห็นทุกจาน แต่ก็แปลกนะครับ เพราะผมก็ไม่เคยได้ข่าวว่าคนฟิลปปินส์เป็นมะเร็งมากมายอะไร

คนฟิลิปปินส์นั้นมีนิสัยอ่อนน้อม สุภาพคล้ายคลึงคนไทย จะพูดจาอะไรก็ลงท้ายด้วยคำว่า “Sir” กับเราเสมอ ไม่อย่างนั้นก็ลงท้ายด้วยคำว่า “โป” ซึ่งเป็นคำลงท้ายที่สุภาพเช่นเดียวกับคำว่า “ครับหรือค่ะ”  ของไทยเรา แถมคนฟิลิปปินส์ยังมีนิสัยขี้เกรงใจ เวลาจะคุยงานคุยการกับคนฟิลิปินส์ต้องสังเกตให้ดีนะครับ เพราะเราจะ พูดอะไรคนฟิลิปปินส์เขาก็มักจะ Yes, Sir ตลอด แต่ทำได้ไม่ได้นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่อาจจะไม่เหมือนกับคนไทย เราซักเท่าไหร่ เพราะเมื่อ Yes, Sir กับเราแล้ว ถ้าเกิดเขาทำไม่ได้ คนฟิลิปปินส์เขาก็จะหายไปเลยครับ

ฉบับนี้ทำความรู้จักฟิลิปปินส์แบบพอหอมปากหอมคอก่อนนะครับ ฉบับหน้ามาเจาะลึกกันต่อนะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow