PERSPECTIVE OF AEC – ท่านนายกฯครับ

0
87

ล่าสุดธนาคารโลกออกมาคาดการณ์ว่าปีหน้า 2560 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตแค่ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นหลัง จาก ปีนี้ก็เติบโตเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าเครื่องยนต์รถยนต์คันนี้ที่ชื่อเศรษฐกิจประเทศไทยนั้นอ่อนแอเต็มที

ในช่วงปี พ.ศ. 2534 ถึงปี พ.ศ. 2543 นั้นรถยนต์คันนี้เติมน้ำมันเต็มถังแล้ววิ่งได้ 460 กิโลเมตรน้ำมันหมดถังพอดี หรืออีกนัยหนึ่งเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.6  เปอร์เซ็นต์ ต่อมาในช่วงปีพ.ศ. 2544 ถึงปี พ.ศ. 2553 ช่วง 10 ปีนั้นรถยนต์ประเทศไทยเติมน้ำมันเต็มถัง แต่วิ่งได้ระยะแค่ 440 กิโลเมตรแล้วน้ำมันหมดถัง

ที่น่าตกใจก็คือในช่วงปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2558 รถยนต์คันนี้เติมน้ำมันเต็มถังแล้ววิ่งได้แค่ 256 กิโลเมตรแล้ว น้ำมันหมดถัง ถ้าเป็นรถยนต์จริงๆก็แปลว่ารถยนต์คันนี้เครื่องยนต์หลวมสุดๆ แต่เมื่อเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจ ประเทศไทยก็เลยแปลว่าโครงสร้างของเรามีปัญหาอย่างหนัก ต้องการ “การปฏิรูป” อย่างเร่งด่วน ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วว่าท่านนายกฯกับทีมงานกำลังทำกันอย่างเต็มที่เดือนนี้ผมเลยมีแนวคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศมาฝากครับ

การปฏิรูปประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดออกนอกกรอบ คิดแบบใหม่ๆ ดังนั้นคนจะมาทำปฏิรูปได้ต้องเป็นคนที่ สามารถคิดนอกกรอบได้และมีความรู้ว่าประเทศอื่นๆเวลาเขาปฏิรูปประเทศเป็นเขาทำกันอย่างไร? ซึ่งความรู้ เรื่องต่างประเทศที่เขาทำปฏิรูปกันนั้นไม่จำเป็นต้องไปหาดูที่ไหนไกล แค่ไปดูรอบๆบ้านเราที่เป็น AEC ก็มี ตัวอย่างดีๆให้ดูเยอะแยะ เช่น มาเลเซียเขาปฏิรูปประเทศสองรอบแล้ว คือในปี พ.ศ. 2534 นายกฯมหาเธร์ ปฏิรูป ประเทศด้วย VISION 2020 ส่วนครั้งที่สองนายกฯนาจิ๊บ ราซัค ปฏิรูปประเทศรอบสองด้วย ONE MALAYSIA  ในปีพ.ศ. 2553  ผลก็คือวันนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่ามาเลเซียซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2524 ยังมีสถานภาพพอๆกับไทยเรา และยังประกาศแข่งกันจะเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” กันอยู่เลย วันนี้นอกจากรายได้เฉลี่ยของคนมาเลเซียจะแซง คนไทยไปถึงสองเท่าแล้ว ภายในปี พ.ศ. 2563  มาเลเซียกำลังจะพัฒนาไปเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทิ้งประเทศไทย ให้ติด “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” ต่อไป

หรือจะไปดูเรื่องการปฏิรูประบบการเมืองและการจัดการเลือกตั้งก็สามารถไปดูได้ที่อินโดนีเซีย เพราะที่นั่นเคยมี ความขัดแย้งด้านการเมือง รุนแรงขนาดเคยฆ่ากันตายเป็นล้านๆคน เลือกตั้งแต่ละครั้งมีหน่วยเลือกตั้ง 550,000 หน่วยเลือกตั้งกระจายใน 6,000 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ เชื่อมั้ยครับวันนี้อินโดนีเซียเขาจัดการเลือกตั้งได้โปร่งใส ขนาดที่คนธรรมดาสามัญชื่อ โจโค วิโดโด เอาชนะการเลือกตั้งก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้

ที่ต้องถามตัวเองต่อก็คือ วันนี้คนที่ท่านนายกฯใช้งานสามารถคิดนอกกรอบได้จริงหรือไม่? เขามีความรู้จริงๆและ สามารถบอกท่านได้มั้ยว่าประเทศต่างๆที่ปฏิรูปประเทศสำเร็จ เขาทำกันอย่างไร? หรือคนที่ท่านใช้งานคอยแต่ พร่ำบอกท่านว่าปัญหาของไทยเป็นปัญหาเฉพาะตัวของประเทศไทย ต้องปฏิรูปแบบไทยๆ?

เรื่องที่ต้องคิดให้มากอีกเรื่องก็คือ การเอาคนหน้าเดิมมาปฏิรูปนั้น ผมว่ายากนักที่จะประสบความสำเร็จ เพราะคนหน้าเดิมเหล่านี้นี่แหล่ะเป็นคนที่นำพาประเทศมาสู่จุดนี้ จุดที่คนไทยทั้งประเทศกำลังตั้งคำถามว่า “ไทยเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง” นี่แหล่ะครับ เรากลายเป็น “คนป่วยคนใหม่ของเอเชีย” ไปได้อย่างไรทั้งที่ไทยเรามีดี ตั้งหลายอย่าง ในเมื่อที่ผ่านมาคนหน้าเดิมเหล่านี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการพาไทยไปเป็นเสือตัวที่ห้า ของเอเชีย แล้วในเรื่องการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ซึ่งยากกว่าเก่ามากมาย ทำไมท่านนายกฯจึงมั่นใจกับคนหน้าเดิม เหล่านี้ และที่ผมอยากรู้มากๆเลยก็คือ คนหน้าเดิมเหล่านี้เคยเข้ามาสารภาพกับท่านนายกฯหรือยังว่าที่ผ่านมาเขา ได้บริหารอะไรผิดพลาดไปอย่างไรบ้างประเทศไทยจึงเป็นอย่างนี้ การปฏิรูปรอบนี้ที่เขากำลังทำ เขาจะทำอะไร ที่แตกต่างไปจากเดิม  KPI ต่างๆ เขียนอย่างไร วัดอย่างไร เมื่อไหร่จะเห็นผล?

เรื่องต่อมาที่ต้องฝากท่านนายกฯให้คิดก้คือ การปฏิรูปประเทศคือการคิดแบบใหม่ทำแบบใหม่เพื่อการ หวังผลและประเทศในรูปแบบใหม่ๆ การทำงานแบบเดิมๆ แล้วหวังว่าจะได้ผลแบบใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้ ไอน์สไตน์ก็เคยบอกเอาไว้ว่าคนคิดแบบนั้นเป็นคนเสียสติ ผมคิดว่าตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ของการหลงผิดคิดแบบนี้ก็คือ “การคิดจะปฏิรูปการเมืองด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่” เรายึดติดกรอบคิด แบบเดิมทำแบบเดิมแต่หวังผลแบบใหม่มากี่ครั้งกี่หนแล้ว ยังไม่เพียงพอกันอีกหรือครับ? ปฏิรูปการเมืองทีไร เริ่มต้นด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญโดยคนหน้าเดิมทุกครั้งไป ไปดูญี่ปุ่นสิครับ จากวันที่แพ้สงครามยับเยินจนวันนี้ ญี่ปุ่นเจริญมาได้ไปถึงไหนต่อไหน เขาใช้รัฐธรรมนูญมาเพียง 3 ฉบับเท่านั้นเอง เขาทำได้อย่างไรครับ?

ที่ผมว่าสำคัญที่สุดและเป็นต้นตอของการแก้ปัญหาแบบพายเรือในอ่างแบบไทยๆก็คือ เราต้องเลิกคิดว่าปัญหา ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่นั้นเป็น “ปัญหาเฉพาะตัวของประเทศไทย” เลยต้องหา “ทางแก้แบบไทยๆ” ปัญหาการไร้ ประสิทธิภาพของรัฐบาล ปัญหาการเมืองแตกแยก ปัญหาคอร์รัปชั่น ฯลฯ  ปัญหาเหล่านี้หลายๆประเทศในโลก เขาเคยประสพกันมาหมดแล้ว และหลายประเทศเขาแก้สำเร็จไปแล้ว เราควรเลิก “อวดดี” คิดเองแก้เองได้แล้ว ไปดูประเทศต่างๆ แล้วเอามาประยุกต์มาใช้กับประเทศไทยของเราเถิดครับ อย่างปัญหาคอร์รัปชั่นที่หลายคน ถอดใจไปแล้ว ลองไปดูเกาหลีใต้สิครับเพราะที่นั่นเขาเคยคอร์รัปชั่นกันแบบบูรณาการแบบไทยเราเลย คือ ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เรียกแชร์โบล ร่วมมือกับพรรคราชการและนักการเมือง โกงกันจนประเทศล้มไปพร้อมๆกับ ไทยตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่วันนี้เขาแก้ได้สำเร็จแล้วท่านนายกฯไปดูเขาสิครับ แต่ขอร้องนะครับว่าอย่าส่ง คนหน้าเดิมไปนะครับ เพราะคนหน้าเดิมในด้านการปราบปรามคอร์รัปชั่นของไทยนั้นเขาไปดูงานที่เกาหลีใต้ กันคนละหลายรอบละ ดูงานแต่กลับมาแล้วก็คิดแบบเดิมทำแบบเดิม เปลืองงบประมาณเปล่าๆครับ

อีกอย่างที่ผมเห็นก็คือตอนนี้คณะรัฐมนตรีของท่านทั้งคณะกำลังมัวแต่วุ่นวายกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ครม.ของท่านคงไม่มีเวลานั่งคิดเรื่องใหญ่และยากอย่างเรื่องปฏิรูปหรอกครับ ท่านนายกฯควรจะ สร้าง คณะรัฐมนตรีขึ้นมาอีกชุดหนึ่งแล้วให้ทำ หน้าที่ปฏิรูประเทศอย่างเดียวโดยไม่ต้องไปยุ่งกับงานประจำ กันไม่ให้ มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ให้ทำเรื่องปฏิรูปอย่างเดียวทั้งวันทั้งคืนผมว่าน่าจะได้ผลดีกว่า หรือจะลองถาม ครม. ของท่านดูนะครับ ว่ามีคนไหนอยากทิ้งงานบริหารมาทำงานปฏิรูปอย่างเดียวบ้าง? อยากรู้จังว่าจะมีรัฐมนตรี คนไหนสนใจการปฏิรูปจริงๆจังๆบ้าง

สุดท้ายครับ ในโลกนี้ไม่เคยมีแนวความคิดดีๆใหม่เกิดจากให้คนกลุ่มใหญ่ๆมาประชุมแล้วช่วยกันคิด ตรงกันข้ามความคิดดีๆใหม่ๆ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนมากมักจะเกิดจากคนที่มีมันสมอง มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่น ที่จะคิดอะไรใหม่ๆออกมา เรื่องปฏิรูปประเทศก็เช่นกัน ประเทศที่ปฏิรูปประเทศ สำเร็จเริ่มจากผู้นำประเทศทั้งนั้น สิงคโปร์มีลีกวนยู มาเลเซียมีมหาเธร์ อินโดนีเซียวันนี้มีโจโควี่ ฟิลิปปินส์วันนี้มีเบนนิกโน อะกิโน่ที่ 3 แนวทางการปฏิรูปประเทศเหล่านี้เริ่มต้นที่ผู้นำประเทศทั้งนั้น เมื่อผู้นำรู้เห็นและตัดสินใจเด็ดขาด ผู้นำจึงสั่งให้ทีมเดินตามยุทธศาสตร์ที่ผู้นำมอบให้

ผมมั่นใจว่าท่านนายกฯ มีคุณสมบัติและอำนาจพร้อมที่จะปฏิรูปประเทศให้สำเร็จได้ และเห็นว่าถ้าไทยเราทิ้งโอกาสนี้ไปไทยเราคงจะตกต่ำไปอีกนาน จึงขออนุญาตเขียนบทความนี้ถึงท่านครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow