PERSPECTIVE OF AEC – การบ้าน

0
126

เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ปรับคณะรัฐมนตรีไปหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะ ทีมเศรษฐกิจเปลี่ยนแบบยกทีมเลยทีเดียว ผมเลยถือโอกาสนี้ฝากมุมมองที่ได้จากการเดินทางเก็บเกี่ยว ประสบการณ์จาก AEC เป็นการบ้านให้กับทีมเศรษฐกิจทีมใหม่ไว้ตรงนี้ด้วยก็แล้วกัน

การบ้านสำคัญที่ทีมเศรษฐกิจควรจะรีบตอบอย่างเร่งด่วนก็คือ “ตำแหน่ง” ของประเทศไทย บนแผนที่ การ แข่งขันโลกคืออะไร? สิงคโปร์เขาบอกว่าจากเดิมที่เขาเป็นศูนย์กลางของ AEC ด้วยการทำประเทศให้โปร่งใสและ ทำคนของเขาให้เก่งกว่าประเทศอื่นๆ แต่เมื่ออาเซียนจะพัฒนาขึ้นเป็นประชาคมอาเซียน สิงคโปร์เขาบอกว่าไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียจะเนื้อหอมขึ้น สิงคโปร์จึงมียุทธศาสตร์ที่วางตำแหน่งประเทศไว้ให้เป็น “ศูนย์กลางการ ค้าเสรีของโลก” เพื่อสร้างเสน่ห์ของประเทศให้ธุรกิจระดับโลกยังสนใจที่จะมาลงทุนต่อเนื่องในสิงคโปร์อีก

ทางด้านมาเลเซียตั้งปี 2524 ที่มหาเธร์วางตำแหน่งของประเทศไว้ใน “วิสัยทัศน์ 2020” ให้เป็นประเทศที่ สามารถแข่งขันได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น แม้ว่าตลอดช่วงเวลายี่สิบปีเศษ ที่มหาเธร์บริหารประเทศ นั้น มาเลเซียจะเร่งลงทุนและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากจนกระทั่งวันนี้ มาเลเซียขยับหนี ประเทศไทยที่ยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่แข่งขันด้วย “ประสิทธิภาพการผลิต” และกำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ในกลุ่ม ประเทศที่แข่งขันด้วย “นวัตกรรม” เช่นเดียวกับสิงคโปร์และประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆบนโลก เช่น ญี่ปุ่น เยอรมันหรือสหรัฐฯ

แม้จะทำได้ดีกว่าประเทศไทยตลอดช่วงระยะเวลาที่มหาเธร์บริหารแต่ต่อมาในปี 2553 นายกฯนาจิ๊บ ราซัค ก็ยังประกาศปฏิรูปประเทศอีกครั้งในชื่อ “ 1 Malaysia ” ซึ่งเป็นการปฏิรูปประเทศทั้งทางด้านการบริหาร จัดการภาครัฐและทางด้านเศรษฐกิจ การปฏิรูปประเทศรอบสองนี้ตำแหน่งประเทศของมาเลเซียยิ่ง “ชัดเจน”  ยิ่งขึ้น ด้วยการวางตำแหน่งประเทศไว้ที่การเป็นประเทศที่สามารถแข่งขันด้วยนวัตกรรมและอุตสาหกรรม ที่มาเลเซียมีความได้เปรียบ คือธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นฮาลาลทั้งหมด ทั้งอาหาร การเงิน อุตสาหกรรม และบริการ เพราะมาเลเซียนั้นมีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าตลาดฮาลาลซึ่งปัจจุบันนั้นมีอยู่ 1 ใน 3 ของโลกนับวัน จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้เล่นในตลาดนี้ยังมีอยู่น้อยมาก มาเลเซียจึงมีโอกาสสูงกว่าประเทศอื่นๆ การมีตำแหน่งประเทศที่ชัดเจนและการเขียนยุทธศาสตร์ประเทศที่ชัดเจน มีตัวชี้วัด ( KPI) ชัดเจน ทุกคน ทุกหน่วยงานรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร สิ่งที่เราต้องทำนั้นจะไปส่งเสริมหรือประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ตอนไหน อย่างไร ทั้งหมดนี้ทำให้มาเลเซียซึ่งเคยเป็น “ประเทศรายได้ปานกลาง” เหมือนประเทศไทยกำลังจะกลายเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนมาเลเซียที่เคยมีรายได้พอๆกับคนไทย ตอนนี้เขามีรายได้มาก กว่าเราเกือบๆสองเท่า

อินโดนีเซียที่ในอดีตผู้บริหารประเทศซึ่งส่วนมากเป็นทหารก็เลยไม่รู้ว่าควรจะวางตำแหน่งประเทศไว้ตรงไหน แต่หลังจากการไปศึกษาวิธีการเขียนยุทธศาสตร์ประเทศที่ดีจากสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว วันนี้อินโดนีเซีย รู้แล้วว่าจะต้องใช้สิ่งที่ประเทศเขามีดีมากกว่าคนอื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการกำหนดตำแหน่งประเทศ สิ่งที่อินโดนีเซีย “มีดี” กว่าประเทศอื่นก็คือขนาดของประเทศทั้งพื้นดินและทะเลที่มีรวมกันแล้วมากกว่า 5 ล้านตารางกิโลเมตรเอามากำหนดเป็นระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 6 เพื่อจะได้เร่งลงทุนและพัฒนาแต่ละระเบียง ให้สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่แต่ละพื้นที่มีอยู่ รวมทั้งการปฏิรูปการจัดการเลือกตั้ง การปราบปราม คอร์รัปชั่น ซึ่งวันนี้อินโดนีเซียได้ก้าวข้ามประเทศไทยในสองเรื่องนี้ไปแล้ว การจัดการเลือกตั้งวันนี้เขาทำ ได้ดีจนคนธรรมดาสามัญชนอย่าง โจโควี่สามารถเอาชนะคู่แข่งที่อยู่ในแวดวงอำนาจเดิมๆได้อย่างสบายๆ ส่วนเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่นเขาก็สามารถจับกุมคนใหญ่คนโตระดับประธานศาลรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีหลายกระทรวงติดคุกกันมาแล้ว ด้วยตำแหน่งประเทศที่ชัดเจน ยุทธศาสตร์ที่ดี และการปฏิรูป การจัดการเลือกตั้งและการปราบปรามคอร์รัปชั่น อีกไม่นานเกินรออินโดนีเซียจะโตขึ้นอีกมากและจะก้าวขึ้นเป็น ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติด 1 ใน 10 ของโลกจากปัจจุบันที่ใหญ่เป็นอันดับที่  16 ของโลก

ฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าประเทศไทย คนฟิลิปปินส์เคยมีรายได้มากกว่าคนไทย แต่ด้วยการปล่อย ให้การคอร์รัปชั่นหมักหมม คนโกงไม่เคยโดนลงโทษ เลยทำให้วันนี้ขนาดเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์เล็กกว่า ของไทย คนฟิลิปปินส์ก็มีรายได้น้อยกว่าคนไทย แต่เมื่อประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เบนิกโน อะกีโน ที่ 3 เข้ามาบริหารประเทศ เขาได้เร่งจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นจนดัชนีความโปร่งใสดีขึ้นมามาก บวกกับการวาง ตำแหน่งประเทศที่ใช้ความเก่งด้านภาษาอังกฤษของคนของเขาเป็นตัวดึงดูดการลงทุนและการสร้างรายได้ รวมถึงการเร่งลงทุนในสิ่งที่เขายังขาดอยู่คือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมดนี้ทำให้คาดการณ์กันว่าจากนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้า ฟิลิปปินส์จะเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตสูงสุดประเทศหนึ่งใน AEC

เวียดนาม ประเทศที่เพิ่งปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังเมื่อเพียง 29  ปีที่แล้ว ตอนเริ่มใหม่ๆก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น กว่าประเทศในกลุ่ม CLMV กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนามด้วยกัน แต่ต่อมาเมื่อเวียดนามเลือกตำแหน่ง ประเทศที่ชัดเจนคือเลือกที่จะเป็น “สิงคโปร์น้อย” อะไรที่สิงคโปร์ทำแล้วประสบความสำเร็จเวียดนามจะทำตาม ทั้งหมด วันนี้เศรษฐกิจเวียดนามโตวันโตคืน บริษัทระดับโลกหลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามมากขึ้นทุกปี บริษัทระดับโลกที่เคยลงทุนในไทยก็กำลังทยอยปิดตัวเพื่อไปลงทุนในเวียดนามแทน ทั้งหมดเป็นเพราะ ตำแหน่งประเทศที่ชัดเจนของเขา

แม้กระทั่งเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่าง สปป.ลาวที่เลือกที่จะเป็น “แบตเตอรี่ของเอเชีย” เพราะเขามีแม่น้ำมากพอ ที่จะผลิตกระแสไฟขายประเทศเพื่อนบ้าน ก็กำลังจะยกระดับประเทศจากประเทศด้อยพัฒนาขึ้นมาเป็น “ประเทศรายได้ปานกลาง” เช่นเดียวกับประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ประเทศไทยนั้นน่าเสียดายที่มีของดีทุกอย่างแต่การวางตำแหน่งประเทศที่ไม่ชัดเจนรวมถึงการเขียนยุทธศาสตร์ประเทศไม่เป็น เลยทำให้ประเทศที่มีอนาคตที่ใครต่อใครคาดว่าจะเป็น “เสือตัวที่ 5”ของเอเชียแข่งกันกับมาเลเซีย วันนี้นอกจากเราจะแพ้มาเลเซียแบบหลุดลุ่ยแล้ว ไทยเรายังได้กลายเป็น “คนป่วยคนใหม่ของเอเชีย” เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าประเทศไทยจะเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคไปอีกหลายปี

เมื่อตอนกลาง ปี 2555 ที่ไทยเราเริ่มทำเวิร์คช็อบเตรียมตัวเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ตำแหน่งประเทศที่รัฐบาลเขียนเอาไว้ก็คือ “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขัน คนไทยอยู่ดีกินดีมีความเสมอภาคและเป็นธรรม” อ่านจบแล้วรู้มั้ยครับว่าไทยเรากำลังจะเป็นประเทศแบบไหน ผมวิพากษ์เรื่องความกว้างความเบลอของตำแหน่งประเทศไปจนกระทั่งมีคนบอกว่าคนรับผิดชอบการเขียนเขาไม่พอใจ เลยเขียนวิสัยทัศน์ประเทศขึ้นมาใหม่สำหรับ ปี 2570 ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ “คนไทยภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย มีมิตรไมตรีบนวิถีแห่งความพอเพียง ยึดมั่นในวัฒนธรรมประชาธิปไตยและหลักธรรมาภิบาล การบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่ทั่วถึง มีคุณภาพ สังคมมีความปลอดภัยและมั่นคง อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี เกื้อกูลและเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ระบบการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน อยู่บนฐานทางเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองและแข่งขันได้ในเวทีโลก สามารถอยู่ในประชาคมภูมิภาคและโลกได้อย่าง มีศักดิ์ศรี” คงจะต้องฝากการบ้านไว้กับทีมเศรษฐกิจทีมใหม่แล้วล่ะครับว่าถึงเวลาหรือยังที่ไทยเราควรจะมีตำแหน่งประเทศที่ชัดเจนกันหรือยัง?

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow