Amazing AEC – เหตุเกิดที่บางแสน

0
146

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมที่จะถึงนี่เป็นวันอาเซียนนะครับ เป็นวันครบรอบ 48 ปีแห่งการก่อตั้ง ที่น่าภาคภูมิใจก็คือประเทศ ไทยของเราเองเป็นคนริเริ่มที่มีความสำคัญโดยต้องให้เครดิตกับ พันเอกพิเศษ ดร.ถนัด คอมันตร์ มากเป็นพิเศษเพราะเป็น คนสำคัญในการเริ่มต้นคิดและเริ่มต้นชักชวนประเทศเพื่อนบ้านอีก 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

สถานที่เริ่มต้นพูดคุยกันเรื่องนี้ก็ที่ชายหาดบางแสน ชายหาดในตำนานของไทยเรานี่เอง ดร.ถนัด ซึ่งในปี พ.ศ. 2510 นั้น เป็นรมว.ต่างประเทศได้ชักชวน รมต.ต่างประเทศของอีก 4 ประเทศมาคุยกัน ที่ชวนแค่ 4 ประเทศข้างต้นนั้นก็เพราะใน สมัยนั้นมีเพียงแค่ 5 ประเทศนี้ที่เศรษฐกิจค่อนข้างจะแข็งแรงและก้าวหน้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ การเมืองก็มั่นคงกว่า ประเทศสมาชิกที่เข้ามาสมทบภายหลังส่วนใหญ่ยังวุ่นๆกับการทำสงครามกันอยู่เลยครับ

Amazing AEC - เหตุเกิดที่บางแสน

คนที่มาร่วมพูดคุยกันในช่วงแรกๆนั้นก็ล้วนแต่เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในประเทศเพื่อนบ้านเราทั้งสิ้น อดัม มาลิค จากอินโดนีเซียก็เป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานาธิบดี ตุน อับดุล ราซัคจากมาเลเซียตอนหลัง ก็ได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของมาเลเซีย แถมลูกชายคนโต นาจิ๊บ ราซัค ยังเป็นนายกฯคนปัจจุบันของประเทศ อีกด้วย ส่วนตัวแทนจากฟิลิปปินส์ นาร์ซิโซ รามอสนั้นลูกชายคือพลเอกฟิเดล รามอส ก็ได้เป็นถึงประธานาธิบดี ส่วน รัตยารัตนัม รมว.ต่างประเทศของสิงคโปร์ก็ได้เป็นรัฐบุรุษคนสำคัญเพราะมีบทบาทสำคัญในการสร้างประเทศเลยทีเดียว

หลังจากการพูดคุยกันที่บางแสนแล้ว แต่ละประเทศก็ได้กลับไปเตรียมตัวและได้กลับมาลงนามในปฏิญญาก่อตั้ง “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” กันที่กรุงเทพของเรานี่เองเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ปฏิญญานั้น จึงถูกเรียกว่า “ปฏิญญากรุงเทพ” ที่เราคนไทยควรจะได้ภาคภูมิใจร่วมกัน ส่วนคำว่า “อาเซียน” ASEAN ที่เราเรียกกัน จนติดปากนั้นมาจากการเอาอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อเต็มของสมาคมฯ มารวมกัน “ Association of Southeast Asian Nations” นั่นเอง

หลังจากรวมตัวกันได้ 17 ปีบรูไนก็เป็นประเทศที่ 6 ที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก หลังจากนั้นอีก 11 ปีคือในปี พ.ศ. 2538 เวียดนามซึ่งเริ่มเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2529 ก็มีความเข้มแข็งพอที่จะเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก อีกสองปีต่อมาลาวและเมียนมาก็เข้ามาเป็นสมาชิก และสมาชิกประเทศสุดท้ายคือกัมพูชานั้นเข้ามาร่วมในปี พ.ศ. 2542

จากชายหาดบางแสนที่การพูดคุยอยู่ที่การเป็น “สมาคม” ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่าการร่วมมือกันเป็นไปแบบหลวมๆ แบบ สมาคมทั้งหลายที่เรารู้จักกันดีนั่นหล่ะครับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกได้พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคน ไทยอีกคนคือ อดีตนายกฯอานันท์ ปันยารชุน ได้จุดประกายความคิดว่าโลกในอนาคตกำลังจะต้องอาศัยการรวมตัวกัน เป็นกลุ่มประเทศที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นในการแข่งขันกันค้าขายและแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามายัง ภูมิภาคของเรา

ความคิดที่จะทำเขตการค้าเสรีในภูมิภาคนี้เพื่อประเทศสมาชิกจะได้มี “กำลัง” ไปแข่งกับ “โลก” ก็ได้พัฒนาต่อมาเป็น “ประชาคม” ซึ่งเป็นการรวมตัวที่เหนียวแน่นมากกว่าการเป็นแค่ “เขตการค้าเสรี” จึงได้เริ่มต้นขึ้นและกำลังจะถึงเป้าหมาย สำคัญเป้าหมายแรกในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 หรือวันสิ้นปีของปีนี้นี่เอง”

จาก “อาเซียน” จึงกลายมาเป็น “ประชาคมอาเซียน หรือ ASEAN Community” ซึ่งความจริงควรจะเรียกว่า “AC” แต่จะเพราะผมเป็นคนแรกๆ ที่ออกมาเตือนว่าเราต้องเตรียมตัวรับมือกับการเป็น” ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community” หรือจะเป็นเพราะภาครัฐชักช้า วันนี้คนไทยก็เลยใช้คำว่า AEC แทน AC กันไปหมดแล้ว

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow