Amazing AEC – เด็กไทยเก่งแค่ไหนใน AEC

0
114

PISA : Programme for International Student Assessment โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ทำการประเมินเด็กนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลกทุก ๆ 3 ปี โดยปีนี้ประเมินเด็กจาก 79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ 600,000 คน เป็นเด็กไทย 8,633 คนโดยสุ่มจากโรงเรียนหลายหลายรูปแบบของไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆเพื่อให้สะท้อนความสามารถจริงๆของเด็กอายุ 15 ปีของแต่ละประเทศ

PISA เน้นการทดสอบนักเรียนในด้านการใช้ความรู้และทักษะเอามาในชีวิตจริง มากกว่าเน้นทดสอบความสามารถทางวิชาการที่ได้จากการเรียนในห้องเรียน ดังนั้นนักเรียนที่รู้จักประยุกต์เอาความรู้ที่เคยเรียนในห้องมาใช้ในชีวิตจริงและแก้ปัญหาซึ่งไม่เคยเจอในห้องเรียนมาก่อนได้ดีจะทำคะแนน PISA ได้ดี

PISA เลือกที่จะทดสอบสามวิชาด้วยกันคือ การอ่าน วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพราะทั้งสามวิชานี้มีความจำเป็นในอนาคต ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และทั้งสามวิชานี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับเด็กที่จำเป็นจะต้องมีสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองไปตลอดชีวิต โดยทุกๆสามปี PISA จะเลือกเน้นวิชาสลับกันไป ปีพ.ศ. 2561 นี้เน้นวิชาการอ่านจึงให้น้ำหนักการทดสอบ 60 เปอร์เซ็นต์ อีกสองวิชาที่เหลือให้น้ำหนักวิชาละ 20 เปอร์เซ็นต์

ผล PISA ปีพ.ศ. 2561 ในด้านการอ่านซึ่งคะแนนเฉลี่ยคือ 487 คะแนน เด็กไทยได้ 393 คะแนนได้อันดับที่ 66 จาก 79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ลดลงต่อเนื่องจาก 409 คะแนนในปีพ.ศ. 2558 และ 441 คะแนนในพ.ศ. 2555 และเด็กไทยถูกระบุไว้เป็นพิเศษว่าคะแนนการอ่านลดลงอย่างเพิ่มขึ้นร่วมกับเด็กเกาหลีใต้และเด็กเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ 514 และ 485 คะแนนตามลำดับ

เด็กสิงคโปร์ได้คะแนนการอ่าน 549 คะแนนสูงสุดใน AEC ดีขึ้นกว่าสามปีที่แล้วซึ่งได้ 535 คะแนน และดีเป็นอันดับสองรองจากเด็กจีนซึ่งได้ 555 คะแนน ตามมาด้วยเด็กมาเลเซีย 415 คะแนน และเด็กบรูไน 408 คะแนน เด็กอินโดนีเซีย 371 คะแนน เด็กฟิลิปปินส์ 340 คะแนน แปลว่าเด็กมาเลเซีย บรูไน ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สอบตกหมดในด้านการอ่านซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ

ปีนี้ PISA ไม่ได้ประกาศคะแนนของเด็กเวียดนามออกมาพร้อมกับประเทศอื่นๆโดยบางสื่อระบุว่าเป็นเพราะการเลือกเด็กเข้าทดสอบของเวียดนามอาจจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานเพราะกระจุกตัวอยู่เฉพาะเด็กเก่งๆ ขณะที่สื่อเวียดนามรายงานว่าที่ PISA ไม่ประกาศคะแนนของเวียดนามเป็นเพราะเด็กเวียดนามยังทำข้อสอบในกระดาษอยู่ต่างไปจากเด็กชาติที่เหลือที่ทำแบบทดสอบในคอมพิวเตอร์ อีกไม่นานคงรู้ว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงกันแน่ แต่คะแนนการอ่านของเด็กเวียดนามปีนี้ได้ 505 คะแนนสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก คะแนนเท่ากับเด็กสหรัฐ และดีกว่าสามปีที่แล้วซึ่งได้ 487 คะแนน

ผล PISA ด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งคะแนนเฉลี่ยคือ 489 คะแนน เด็กไทยได้ 426 คะแนนได้อันดับที่ 53 ดีขึ้นจากครั้งที่แล้วซึ่งได้ 421 คะแนนเล็กน้อยแต่ยังสอบตกอยู่ ขณะที่เด็กสิงคโปร์ได้ 551 คะแนนสูงสุดใน AEC ดีเป็นอันดับสองต่ำกว่าที่หนึ่งเด็กจีนซึ่งได้ 590 คะแนนทิ้งห่างจากเด็กทั้งโลก ตามมาด้วยเด็กเวียดนาม 534 คะแนนสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก เด็กมาเลเซีย 438 คะแนน และเด็กบรูไน 431 คะแนน เด็กอินโดนีเซีย 396 คะแนน เด็กฟิลิปปินส์ 357 คะแนน แปลว่าความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ มีเฉพาะเด็กสิงคโปร์และเด็กเวียดนามเท่านั้นที่สอบผ่านโดยได้คะแนนทิ้งห่างเด็ก AEC อย่างมาก

ผล PISA ด้านคณิตศาสตร์ซึ่งคะแนนเฉลี่ยคือ 489 คะแนน เด็กไทยได้ 419 คะแนนได้อันดับที่ 57 ดีขึ้นจากครั้งที่แล้วซึ่งได้ 415 คะแนนแต่ยังสอบตกอยู่ ขณะที่เด็กสิงคโปร์ได้ 569 คะแนนสูงสุดใน AEC ดีเป็นอันดับสองต่ำกว่าที่หนึ่งเด็กจีนซึ่งได้ 591 คะแนนทิ้งห่างจากเด็กทั้งโลกเช่นเดียวกับด้านวิทยาศาสตร์ ตามด้วยเด็กเวียดนาม 496 คะแนนสูงเป็นอันดับ 24 ของโลก ส่วนที่เหลือสอบตกร่วมกับเด็กไทยหมดคือเด็กมาเลเซีย 440 คะแนน และเด็กบรูไน 430 คะแนน เด็กอินโดนีเซีย 379 คะแนน เด็กฟิลิปปินส์ 353 คะแนน

ผล PISA ที่ออกมาว่าน่าตกใจแล้ว แต่การให้สัมภาษณ์ของผู้ที่รับผิดชอบการศึกษาชาติหลายคนน่าตกใจยิ่งกว่า เพราะพวกเขาบอกว่าการศึกษาไทยเรามาถูกทางแล้ว แม้เด็กไทยจะได้คะแนนต่ำมาก แต่ก็ยังมีเด็กที่เรียนในโรงเรียนพิเศษเช่นโรงเรียนที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และโรงเรียนสาธิตต่างๆได้คะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ย เพราะนั่นหมายความว่าการศึกษาไทยนอกจากจะมีคุณภาพต่ำแล้วยังมีความเหลื่อมล้ำซ่อนอยู่อีกอย่างมากมาย

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow