Amazing AEC – อะเมซิ่งเลือกตั้งสิงคโปร์

0
96

เรียบร้อยโรงเรียน ลี เซียน ลุง ไปแล้วครับสำหรับการเลือกตั้งในสิงคโปร์ พรรคกิจประชาชนได้รับเลือกตั้ง 83  ที่นั่ง ได้เพิ่ม ขึ้น 2 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นฝ่ายค้านได้รับเลือกเพียง 6  ที่นั่งเท่ากับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ซึ่งทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะว่าตอนหาเสียงนั้นคนสิงคโปร์ออกมาฟังพรรคฝ่ายค้านล้นหลาม รวมถึงกระแสทางโซเชียลมีเดียของพรรคก็มาแรงอย่างมาก

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อถึงเวลาจะลงคะแนนจริงๆ คนสิงคโปร์กลับลังเลว่าพรรคแรงงานนี่จะมีฝีมือมาบริหารประเทศได้จริงล่ะหรือ เพราะในสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนมากๆ เช่นนี้ สิงคโปร์ยิ่งต้องการรัฐบาลที่มีฝีมือมากๆ มาบริหาร ประเทศ พอเปรียบเทียบฝีมือการบริหารงานของพรรคกิจประชาชนแล้ว แม้จะรู้สึกเบื่อพรรคนี้เพราะผูกขาดการเป็น รัฐบาลมาตลอด 50 ปี แต่ผลงานการยกสิงคโปร์จากประเทศยากจนให้กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วทำให้สิงคโปร์ตัดสินใจ ให้พรรคนี้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป ที่น่าอะเมซิ่งก็คือ นอกจากไม่เลือกพรรคแรงงานแล้ว คนสิงคโปร์ยังกลับใจ มาเทคะแนนให้พรรคกิจประชาชนจนคะแนนรวมของพรรคเพิ่มขึ้น ขณะที่พรรคฝ่านค้านอื่นๆ คะแนนรวมลดลงทุกพรรค

 ผมว่าต้องให้เครดิตกับนายกฯลี เซียนลุงที่ตัดสินใจยุบสภาในวันที่ 25 สิงหาคม หลังจากการเฉลิมฉลองวันชาติในโอกาส ครบรอบ 50 ปีของการแยกตัวจากมาเลเซีย เพราะคนสิงคโปร์ยังอยู่ในอารมณ์ปลื้มปริ่มกับความเจริญของชาติตัวเอง และที่สำคัญคนยังอาลัยรัฐบุรุษ ลี กวนยู บิดาของนายกฯลี เซียนลุง ทั้งสองอารมณ์นี้ทำให้คนสิงคโปร์ต้องคิดหนัก ถ้าจะเลิกรักพรรคนี้ ที่สำคัญนายกฯลี เซียนลุงยังกำหนดวันเลือกตั้งให้พรรคการเมืองมีเวลาหาเสียงแค่ 9 วันตามกำหนด ขั้นต่ำที่เขียนไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง พรรคฝ่ายค้านก็เลยไม่มีเวลาตั้งตัวทัน แพ้ไปตามระเบียบ

 มีวิธีการจัดการเลือกตั้งในสิงคโปร์สองสามอย่างที่แตกต่างไปจากการเลือกตั้งในเมืองไทยที่ผมอยากเล่าให้ฟัง อย่างแรก ก็คือการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ที่ถูกบังคับโดยกฎหมาย การไม่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และต้องโดนปรับ 5 สิงคโปร์ดอลลาร์ ถ้าไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้จริงๆ ต้องทำเรื่องชี้แจง บังคับกันไว้แบบนี้ คนสิงคโปร์ 93.56 เปอร์เซ็นต์ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง มากกว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้วที่มาใช้สิทธิ์กัน 93.18 เปอร์เซ็นต์ และเพราะบังคับให้คนมาใช้สิทธิ์ การเลือกตั้งที่นั่นเลยกำหนดเวลาไว้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงคือตั้งแต่ 08.00 น.จนถึง 20.00 น.

สอง คนสมัครเป็นสส.นั้นที่สิงคโปร์เขาไม่จำกัดระดับความรู้นะครับ จบการศึกษาระดับใดก็สมัครได้ เพียงแต่ต้องไม่เคยทำผิดกฎหมายและถูกปรับเป็นเงินเกินกว่า 2,000 สิงคโปร์ดอลลาร์ อายุขั้นต่ำก็ต่ำกว่าบ้านเรา เพราะอายุเกิน 21 ปีก็สามารถสมัครได้เลย คนที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนได้ก็ต้องมีอายุขั้นต่ำ 21 ปีเช่นกัน

สาม การทำโพลล์นั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายในสิงคโปร์ ใครทำโพลล์อาจติดคุกไม่เกิน 12 เดือนหรืออาจโดนปรับ 1,200 สิงคโปร์ดอลลาร์ ดังนั้นเราจึงไม่เห็นโพลล์ออกมาว่าพรรคไหนจะได้กี่ที่นั่ง

สี่ ที่สิงคโปร์เขาจะมีการนับคะแนนที่เรียกว่า “Sample Count” หรือการนับคะแนนแบบสุ่ม เมื่อปิดหีบลงคะแนน คณะกรรมการเขาจะสุ่มเลือกเอาบัตรเลือกตั้งออกมาจากทุกหีบเลือกตั้งหีบละ 100 ใน เพื่อเอามานับคะแนนเพื่อจะได้ ประกาศผลการนับคะแนนแบบสุ่มในทันที ขณะที่การนับคะแนนจริงก็ทำต่อเนื่องกันไป ที่สิงคโปร์คิดให้มีการนับ คะแนนแบบสุ่มก็เพราะเขาต้องการจะป้องกันการโกงการเลือกตั้ง เพราะเมื่อสุ่มนับคะแนนแล้วคะแนนที่นับด้วย การสุ่มจะออกมาใกล้เคียงกับการนับคะแนนทั้งหมดอย่างมาก ดังนั้นกรรมการหรือนักการเมืองจะไม่สามารถ แอบมาหยอดบัตรเพิ่มหรือเปลี่ยนหีบบัตรได้

หลังจากได้รู้ว่าพรรคฯชนะการเลือกตั้ง นายกฯลี เซียนลุงประกาศว่าเมื่อครบ 100 ปีสิงคโปร์ในวันนั้นจะต้องยอดเยี่ยมกว่าสิงคโปร์ในปีที่  50 นี้ เวลาจะพิสูจน์ว่าคำสัญญานี้จะเป็นจริงหรือไม่

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow