Home DailyNews Amazing AEC 2015 Amazing AEC – อะเมซิ่งมหาเธร์ (2)

Amazing AEC – อะเมซิ่งมหาเธร์ (2)

0
120
se-ed00
nok01
se-ed01
nok03
se-ed02
nok02
se-ed05
nok04
se-ed04
nok05
se-ed03
previous arrow
next arrow


ในปี พ.ศ. 2534 ที่มหาเธร์ประกาศ “Vision 2020” วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่จะพามาเลเซียไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี พ.ศ. 2563 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า ในยุคนั้นไม่มีผู้นำเอเชียคนไหนกล้าประกาศวิสัยทัศน์ใหญ่ๆ ขนาดนั้น จึงต้องนับว่ามหาเธร์กล้าหาญมาก
ต้องยอมรับนะครับว่าสมัยนั้นคนไทยเรามองข้ามฝีมือของมหาเธร์ จะว่าไปแล้วคนส่วนมากไม่คิดหรอกว่า มาเลเซียจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งวัดจากรายได้เฉลี่ยของคนในประเทศต้องสูงเกิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่เพียงกล้าประกาศและมหาเธร์ยังกล้าที่จะริเริ่มโครงการต่างๆ ตามวัสัยทัศน์ของเขา โครงการรถยนต์แห่งชาติ “รถโปรตอน” กาสร้างเมืองราชการปุตราจายา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ล้วนเป็นการริเริ่มของเขา
ด้วยความเป็นคนมุ่งมั่นเด็ดขาด มหาเธร์จึงบริหารประเทศอย่างเข้มงวด จนคนมาเลเซียต้องเสียสละเสรีภาพหลายอย่าง สื่อมวลชนโดนคุมสนิท นั่นคงเป็น “ราคา” ที่ต้องแลกกับความเจริญที่กำลังจะได้ ซึ่งตอนนั้นคนมาเลเซียก็คงยังมองไม่เห็นซักเท่าไหร่ มหาเธร์จึงโดนวิพากษ์วิจารณ์มากพอสมควรทั้งจากในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ด้วยความเป็นคนมีความเชื่อมั่นตนเองอย่างสูง มหาเธร์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลับผู้นำระดับโลกทุกครั้ง ที่มาวิจารณ์ เขาหรือมาเลเซีย จนเขามีภาพลักษณ์ผู้นำเอเชียคนเดียวที่ไม่ยอมก้มหัวให้ชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ แม้แต่ตอนที่มาเลเซียเผชิญวิกฤติต้มยำกุ้ง มหาเธร์ก็ยังไม่ยอมก้มหัวให้ชาติตะวันตกและ IMF เขาจึงเลือกวิถีทางแก้วิกฤติแบบมาเลเซีย คือเลือกที่จะปิดการไหลเข้าไหลออกของเงินตราต่างประเทศ แทนที่จะยอมกู้และทำตามเงื่อนไขของ IMF แบบประเทศไทย ซึ่งสุดท้ายมาเลเซียก็สามารถหลุดพ้นจากวิกฤติได้สำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ
22 ปีของการอยู่บนตำแหน่งนายกฯนั้น มหาเธร์สามารถทำให้เศรษฐกิจมาเลเซียเติบโตสูงกว่าประเทศในอาเซียนด้วยกัน คือมาเลเซียเติบโตเฉลี่ยปีบะ 6.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอาเซียนโตเฉลี่ย 5.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนไทยเราโตเฉลี่ย 4.4 เปอร์เซ็นต์ครับ อับดุลลาห์ บัดดาวี มารับตำแหน่งนายกฯต่ออีก 6 ปีในช่วง พ.ศ. 2546 ถึง พ.ศ. 2552 กอ่นที่จะส่งไม้ต่อไปให้นายกฯ คนปัจจุบัน นาจิ๊บ ราซัค
แม้จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่มหาเธร์ก็ยังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของมาเลเซีย ผู้คนยังเคารพนับถือและยังฟังเขาอยู่เสมอ และนั่นทำให้นายกฯนาจิ๊บ ต้องประกาศปฏิรูประเทศอีกครั้งในชื่อ “One Malaysia” เพื่อจะนำพามาเลเซียให้เป็นประเทศ พัฒนาแล้วให้ทันวิสัยทัศน์ 2020 ของมหาเธร์ การปฏิรูปครั้งที่สองนี่แหล่ะครับที่พวกเราคนไทยควรจะต้องศึกษา เพราะมี การเขียนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ชัดเจนทั้งในแง่ตำแหน่งประเทศ โร้ดแม็บ KPI จนกระทั่งวันนี้รัฐบาลมาเลเซีย มั่นใจว่าประเทศของเขาจะก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปีพ.ศ. 2563
วันนี้คนไทยเรารายได้เฉลี่ย 190,000 ต่อปีขณะที่คนมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ย 425,000 บาท มากว่าเรา 235,000 บาท เมื่อดูย้อนหลังไปในปี พ.ศ. 2524 ปีที่มหาเธร์เริ่มเข้ามาเป็นนายกฯ นั้น รายได้คนสองประเทศนี้ต่างกันแค่ 2,000 บาท เท่านั้นเอง และขนาดเศรษฐกิจของมาเลเซียซึ่งเล็กกว่าไทยมาโดยตลอด มาถึงปีนี้เขาน่าจะใหญ่กว่าเราแล้วนะครับ น่าอะเมซิ่งสำหรับคนมาเลเซียนะครับ
ปัจจุบัน มหาเธร์ยังคงมีส่วนร่วมในการนำพาประเทศผ่านการดำรงตำแหน่งประธานในองค์กรใหญ่ๆ ของมาเลเซียอยู่ โดยเฉพาะโครงการรถยนต์แห่งชาติโปรตอนซึ่งเป็นเสมือนลูกรักของเขา ดังนั้นเมื่อประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย โจโควี่มาเยือนมาเลเซีย มหาเธร์จึงลงทุนขับรถให้โจโควี่นั่ง เพื่อชักชวนอินโดนีเซียให้มาร่วมมือกับมาเลเซียในการพัฒนา โปรตอนรถยนต์แห่งชาติมาเลเซียให้ใหญ่ขึ้นเป็นรถยนต์ของอาเซียนให้จงได้ น่าอะเมซิ่งมั้ยครับมหาเธร์คนนี้

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow

NO COMMENTS