Amazing AEC – รัฐบุรุษคู่แผ่นดิน

0
147

ช่วงที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เข้ารับตำแหน่งนายกฯ ในพ.ศ. 2523 นั้นปัญหาของบ้านเมืองเรานั้นหนักหนาสาหัสมาก แย่กว่าสมัยนี้มากเลยทีเดียว ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน ค่าเงินบาท คอมมิวนิสต์ ผู้อพยพ และปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้

ประสบการณ์ที่มีติดตัวมาก่อนจะเป็นนายกฯ นั้น ส่วนมากจะเป็นประสบการณ์ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์และการแก้ปัญหาความไม่สงบ 5 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งทั้งสองปัญหานั้นพลเอกเปรมได้ใช้ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหารมาใช้แก้ไข และได้ผลดีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

คุณสมบัติเด่นของพลเอกเปรม 3 ประการที่ทำให้ท่านสามารถเป็นนายกฯ ที่ดีและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือ การเลือกใช้คน มีวิสัยทัศน์ และเป็นนักสื่อสารชั้นเซียน

เรื่องการเลือกใช้คนนั้น มี 2 ด้านคือ หนึ่ง พลเอกเปรมไม่เลือกคนโกงมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญๆ ในระบบราชการ ถ้ามีการพลาดพลั้งตั้งคนโกงเข้ามาหรือมีข่าวไม่ดีขึ้นมา ท่านก็จะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงหรือปลดออก สอง “กล้า” ที่จะใช้คนเก่งกว่ามาทำงานให้ ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทพลเอกเปรมใช้คนสภาพัฒน์ซึ่งเก่งกว่าท่านมาเป็นคนทำงาน ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ใช้คนแบบสมหมาย ฮุนตระกูล สุธี สิงห์เสน่ห์และวีรพงษ์ รามางกูร มาใช้งาน ด้านการต่างประเทศก็เลือกใช้คนเก่งอย่าง พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา พันเอกถนัด คอมันตร์ และอรุณ ภาณุพงศ์

การ “กล้า” เลือกใช้คนเก่งกว่านั้นเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ เพราะการเลือกใช้คนเก่งกว่าจะทำให้ผู้นำนั้นสามารถบริหารประเทศหรือองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ที่พลเอกเปรมสามารถแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างดีก็เพราะมีคนเก่งเศรษฐกิจกว่าท่านมาทำงานให้ เช่นเดียวกับงานการต่างประเทศซึ่งในสมัยนั้นไทยเราสามารถเดินเกมการต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้นายกฯจะเป็นเพียงนายทหารที่เติบโตมาจากชนบทก็ตาม

จุดเด่นประการที่ 2 คือการมีวิสัยทัศน์ของพลเอกเปรมนั้นเกิดจากประสบการณ์ในการทำงานแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาคอมมิวนิสต์ในอดีตและ “การรับฟัง” คนเก่งที่เลือกมาใช้งาน ฟังคนเก่งข้างกายยังไม่พอ ท่านยังเลือกที่จะฟังภาคเอกชนอีกด้วย คณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ก็เกิดขึ้นในสมัยนั้น เมื่อได้ฟังมากวิสัยทัศน์ดีๆ เช่นโครงการอีสเทอร์นซีบอร์ดจึงเกิดขึ้นในสมัยนั้นซึ่งทำให้ไทยเรามีอุตสาหกรรมหนักดีๆเกิดตามมาอีกมากมาย แม้แต่การแก้ปัญหาวินัยการคลัง และค่าเงินบาทก็สามารถแก้ไขได้สำเร็จ จากเศรษฐกิจตกต่ำไทยเราจึง “โชติช่วงชัชวาล”

จุดเด่นประการที่ 3 ที่คนมักจะนึกไม่ถึงคือ พลเอกเปรมเป็นนักสื่อสารชั้นเซียน คนที่พูดเก่งพูดคล่องนั้นไม่ได้เป็นคนสื่อสารเก่งเสมอไป คนที่สื่อสารเก่งนั้นจะรู้ว่าอะไรคือข้อความสำคัญและจะต้องสื่อสารอย่างไรจึงจะสื่อสารได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เมื่อไหร่ควรจะพูดเมื่อไหร่ควรจะเงียบ เมื่อต้องพูดโดยเฉพาะในวาระสำคัญๆ ที่ต้องพูดกับคนทั้งประเทศ สาระสำคัญของพลเอกเปรมมีความชัดเจนมาก เช่นการพูดกับประชาชนครั้งแรกเมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกฯ พลเอกเปรมพูดชัดเลยว่า “….ปัญหาหลักของชาติที่จะต้องคิดแก้ไขอย่างจริงจังและรีบด่วนคือปัญหาความยากจนความขาดแคลนแร้นแค้นของพี่น้องประชาชนชาวไทย….”

เมื่อยังไม่ต้องการจะสื่อสาร พลเอกเปรมจะใช้วิธีเงียบและยิ้ม ไม่พูดอะไรเลย ถ้าถูกนักข่าวซักถามมากๆ ท่านก็จะบอกสั้นๆว่า “กลับบ้านเถอะลูก” ไม่ตอบอะไร การที่นักข่าวให้ฉายาท่านว่า “เตมีย์ใบ้” สะท้อนชัดเจนว่าท่านใช้ยุทธศาสตร์การไม่พูดเก่งขนาดไหน การเรียกแทนตัวเองด้วยคำว่า “ป๋า” ซึ่งทำให้คนรอบข้างและสื่อมวลชนรู้สึกเคารพยำเกรงก็สะท้อนความเป็นนักสื่อสารชั้นเซียนของท่าน

ไม่เฉพาะจะสื่อสารเก่งแต่ในประเทศกับคนไทยเท่านั้น แต่เมื่อต้องสื่อสารกับผู้นำนานาประเทศ พลเอกเปรมก็สามารถสื่อสารได้อย่างยอดเยี่ยม มีลีลาขอร้อง กดดัน ต่อรอง บางครั้งมีแอบขายของอีกด้วย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ บันทึกบทสนทนาสำคัญกับผู้นำต่างประเทศไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษคู่แผ่นดิน” หนังสือดีที่ควรหาอ่านและเก็บไว้ให้ลูกหลานอ่านเป็นอย่างยิ่ง

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow