Amazing AEC – ปีนี้ใครจะรอดใครจะร่วง?

0
78


เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดเดือนมกราคมอีกแล้วนะครับ เดี๋ยวนี้เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน อาทิตย์นี้ผมเลยอยาก ขอวาดภาพให้เห็นหน่อยว่าประเทศต่างๆ ในเออีซีของเราปีนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง
เริ่มที่บรูไน ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจ 371,000 ล้านบาทใหญ่เป็นอันดับที่ 134 ของโลก ปี 2559 ที่ผ่านไปเศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้ 1 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ในช่วง 2554 ถึง 2558 เศรษฐกิจหดตัวเฉลี่ยปีละ 0.2 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าปีนี้จะโตต่อเนื่องอีกราว 2.5 เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโตในช่วงปี 2559 ถึง 2563 ของบรูไน คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8 เปอร์เซ็นต์ คนบรูไนวันนี้มีรายได้เฉลี่ยเป็นตัวเงินคนละราวๆ 850,000 บาท สูงเป็นอันดับที่ 25 ของโลก แต่ถ้าแปลงเป็นอำนาจ จับจ่ายใช้สอยจริงๆ แล้วคนบรูไนจะมีอำนาจซื้อสูงถึงคนละ 2,800,000 บาท สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก


สิงคโปร์ที่ในช่วงปี 2554 ถึง 2558 เติบโตเฉลี่ย 3.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องถือว่าดีสำหรับประเทศพัฒนาแล้วเช่นสิงคโปร์ แต่ปีที่แล้วกลับทำได้ไม่ค่อยดีนักคือเติบโตได้แค่ 1.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีนี้น่าจะโตได้ราว 2.0 เปอร์เซ็นต์ และค่าเฉลี่ยการเติบโตในช่วงปี 2559 ถึง 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.6 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่ามาตรฐานที่สิงคโปร์เคยทำเอาไว้ในอดีต ขนาดเศรษฐกิจของสิงคโปร์วันนี้อยู่ที่ 10.5 ล้านล้านบาทใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก ส่วนรายได้เฉลี่ยคิดเป็นตัวเงินของประชากรทั้งหมดที่มีอยู่ราว 5 ล้าน 8 แสนคนนั้นอยู่ที่ 1,877,000 บาท สูงเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่ถ้าวัดจากอำนาจซื้อคนสิงคโปร์จะมีอำนาจซื้อเฉลี่ยคนละ 3 ล้านบาทเลยทีเดียว สูงเป็นอันดับที่ 3 ของโลกเป็นรองเฉพาะคนการ์ต้าและ ลักเซมเบิร์กเท่านั้น


อินโดนีเซียประเทศที่มีคนมากถึง 263 ล้านคนเศษ เยอะที่สุดใน AEC และมากเป็นอันดับ 4 ของโลกตามหลังจีน อินเดีย และสหรัฐ นั้นปี 2559 เติบโตได้แค่ 5.0 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากช่วงปี 2554 ถึง 2558 ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยค่อนข้างดีที่ 5.7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีนี้คาดว่าอินโดนีเซียจะโตต่อเนื่องในอัตราใกล้เคียงปีที่แล้วที่ 5.1 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าในช่วงปี 2559 ถึง 2563 อินโดนีเซียจะเติบโตเฉลี่ยราว 5.5 เปอร์เซ็นต์ เศรษฐกิจของอินโดนีเซียซึ่งใหญ่ที่สุดใน AEC นั้นมีขนาด 33.4 ล้านล้านบาทใหญ่กว่าไทยซึ่งใหญ่เป็นที่ 2 อยู่ราวๆ 2.4 เท่า รายได้เฉลี่ยของคนอินโดนีเซียวัดเป็นตัวเงินนั้นอยู่ที่ 120,000 บาทแต่มีอำนาจซื้อราวๆ 396,000 บาทสูงเป็นอันดับกลางๆ ของโลกที่ 99


มาเลเซียซึ่งในช่วง 2554 ถึง 2558 เติบโตเฉลี่ย 5.2 เปอร์เซ็นต์สูงเป็น 2 เท่าของเมืองไทยพอดีในช่วงเดียวกัน พอมาถึงปี 2559 ซึ่งการเมืองวุ่นวาย ราคาน้ำมันตกเศรษฐกิจมาเลเซียเลยโตได้แค่ 4.1 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะโตได้แค่ 4.4 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้การเติบโตโดยเฉลี่ยฝนช่วงปี 2559 ถึง 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.0 เปอร์เซ็นต์ คนมาเลเซียซึ่งมีราว 31 ล้านคนนั้นมีรายได้เฉลี่ยเป็นตัวเงินอยู่ที่ 340,000 บาทสูงเป็นอันดับที่ 62 ของโลกมากกว่าคนไทยที่มีรายได้เฉลี่ย 200,000 บาท แสนสี่ หมื่นบาททั้งๆ ที่เมื่อปี 2524 คนมาเลเซียมีรายได้มากกว่าคนไทยแค่หลักพันบาทเท่านั้น ส่วนอำนาจซื้อเฉลี่ยของคนมาเลเซียนั้นอยู่ที่ 930,000 บาทสูงเป็นอันดับที่ 47 ของโลก


ฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นคนป่วยของเอเชียนั้นฟื้นไข้กลับมาเติบโตเฉลี่ยได้สูงถึง 5.9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2554 ถึง 2558 สูงที่ สุดใน AEC ที่ไม่ใช่กลุ่ม CLMV ปีที่แล้วฟิลิปปินส์ก็ยังเติบโตต่อเนื่องได้สูงถึง 6.4 เปอร์เซ็นต์และจะเติบโตต่อเนื่องอีก ราว 6.2 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ แต่อาจจะแผ่วลงไปบ้างในช่วงต่อไปจนทำให้คาดว่าในช่วง 2559 ถึง 2563 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ จะโตเฉลี่ยราวๆ 5.7 เปอร์เซ็นต์ คนฟิลิปปินส์ที่วันนี้มีราวๆ 104 ล้านคนสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลกมีรายได้เฉลี่ยเป็นตัว เงินราว 110,000 บาทน้อยกว่าคนไทยเกือบครึ่งหนึ่งทั้งที่ในอดีตคนฟิลิปปินส์เคยรวยกว่าคนไทยถึงสองเท่าทั้งนี้ก็เพราะผู้บริหารประเทศปล่อยให้ปัญหาคอร์รัปชั่นมันหมักหมมทำร้ายประเทศจนตกต่ำ แต่อย่าตกใจนะครับถ้าผมจะปิดท้าย ว่าคะแนนความโปร่งใสวันนี้ของไทยกับฟิลิปปินส์เท่ากันเป๊ะที่ 35 จาก 100 คะแนน สอบตกด้วยกันทั้งคู่

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow