Amazing AEC – ปางโหลงศตวรรษที่ 21

0
94

อาทิตย์ที่ผ่านมาเราจะได้ยินคำว่า “ปางโหลงศตวรรษที่ 21” กันแทบทุกวัน เพราะเขามีการประชุมเรื่องนี้กันที่ เนปิด่อว์ เมืองหลวงของเมียนมา ตั้งแต่วันอังคารที่ 31 สิงหาคมมาจนถึงวันนี้ โดยมีผู้เข้าประชุมเกือบๆ 2,000 คนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กองทัพ นักการเมือง และมีเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายบันคีมูน มากล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมด้วย

“ปางโหลง” คือชื่อเมืองที่อยู่ในรัฐฉาน 1 ใน 7 รัฐของเมียนมา และเป็นเมืองที่นายพลอองซาน บิดาของด่อว์อองซานซูจิ เป็นแกนนำคนสำคัญในการดึงเอาคนแต่ละชาติพันธุ์มาลงนามใน “สนธิสัญญาปางโหลง” ในปี พ.ศ. 2490 สาระสำคัญของสนธิสัญญานั้น ก็คือหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษและมีการเลือกตั้งเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญที่นายพลอองซานกำลังร่างอยู่นั้น คนชาติพันธุ์ต่างๆ จะสามารถปกครองตนเองในแต่ละรัฐที่แต่ละชาติพันธุ์อาศัยกันอยู่ น่าเสียดายที่มีคนไม่เห็น ด้วยกับการปล่อยให้คนแต่ละชาติพันธุ์มีโอกาสปกครองตนเอง จึงส่งมือปืนมาสังหารนายพลอองซาน ก่อนที่เรื่องนี้จะสำเร็จ ในวันที่  19 กรกฎาคม ปีที่ลงนามกันนั้นเอง

เมื่อพม่าได้เอกราชในปีต่อมา รัฐบาลทหารทุกชุดหลังจากนั้น ต่างก็ละเลยเรื่องการปกครองตนเอง จนเกิดความไม่พอใจ ฝังลึกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในใจของคนชาติพันธุ์ต่างๆ และกลายเป็นความขัดแย้ง การประทะและการสูญเสียเป็นระยะๆ มากขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “พม่า” ที่ตั้งตามชื่อคนชาติพันธุ์ใหญ่ที่สุดคือ “บะหม่า”โดยอังกฤษสมัยมาปกครองมา เป็น “เมียนมา” ซึ่งเป็นคำกลางๆ ที่มีความหมายว่าแข็งแรงอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ได้ทำให้คนชาติพันธุ์อื่นๆที่ไม่ใช่คนบะหม่า รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไหร่

ดังนั้น เมื่อด่อว์อองซานซูจิ และพรรคเข้ามาเป็นรัฐบาล เธอจึงเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อทันที โดยเริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งคนชาติพันธุ์ต่างๆ เข้ามาดำรงตำแหน่งในระดับประธานและรองประธานของสภาทั้งสอง รวมถึงอีกหลายตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของเธอ ตามมาด้วยการเชิญชวนผู้คนทุกฝ่ายและทุกชาติพันธุ์ในประเทศเข้ามาร่วมกันผลักดันเรื่องนี้อีกที ภายใต้ ชื่อ “ปางโหลงศตวรรษที่ 21” เพื่อให้เกียรติบิดาของเธอที่เสียชีวิตเพราะเป็นคนสำคัญที่ผลักดันเรื่องนี้

Amazing AEC - ปางโหลงศตวรรษที่ 21

เมียนมาเขาแบ่งการปกครองออกเป็น 7 รัฐ 7 เขตนะครับ แต่ละรัฐก็จะมีคนแต่ละชาติพันธุ์อาศัยอยู่ เช่น รัฐชินก็มีคนชิน ที่มีรูปร่างเล็ก ผิวขาว ไม่หล่อไม่สวยแต่ก็ไม่ขี้เหร่อาศัยอยู่ รัฐยะไข่ มีคนยะไข่ซึ่งมีรูปร่างใหญ่ กระดูกใหญ่มีสัดส่วนโค้งเว้า ผิวออกคล้ำๆ ตาออกแนวแขก มีคิ้วหนา รัฐกะฉิ่น มีคนกะฉิ่นซึ่งเป็นคนตัวเล็กผิวขาวอาศัยอยู่ ขณะที่รัฐฉานมีคนไทใหญ่ ซึ่งมีรูปร่างเล็ก มีผิวพรรณดีแต่หน้าจะออกแบนๆ หน่อย อาศัยอยู่ รัฐกะยามีคนกะยาหรือกระเหรี่ยงแดง ซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างเล็กและไม่สูง แถมไม่ค่อยชอบแต่งตัวอาศัยอยู่ ส่วนรัฐมอญก็มีคนมอญซึ่งมีหน้าตาคมและผิวพรรณดีอาศัย และรัฐสุดท้ายคือรัฐกะหยิ่น มีคนกระเหรี่ยงที่มีตาตี่ผิวขาวและรูปร่างไม่ค่อยสูงอาศัยอยู่ ส่วน 7 เขตที่มีคนบะหม่าที่มีรูปร่างใหญ่และผิวคล้ำอาศัยอยู่ คือ เขตสะกาย มัณฑะเลย์ มะกุย บะโก เอยาวดี หยั่นโกว่นและ ตะเน้ด่าหยี่

นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันแล้ว คนแต่ละชาติพันธุ์นี้เขายังมีเครื่องแต่งกาย สีสันและเครื่องประดับที่โดดเด่น และแตกต่างกันอีกด้วย เวลาเราเห็นภาพในห้องประชุม เราจึงจะเห็นเสื้อผ้าที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งสไตล์และสีสัน

นอกจากคน 8 ชาติพันธุ์ข้างต้นแล้ว เมียนมายังมีคนอีกกว่าร้อยชาติพันธุ์ ซึ่งมีอยู่ชาติพันธุ์ละไม่มากนัก โดยคนเหล่านั้นจะอาศัยอยู่บนเขาตามชายแดนชายขอบของประเทศ คนแต่ละชาติพันธุ์ต่างก็มีกองกำลังติดอาวุธเป็นของตนเอง ดังนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้งกันขึ้น เราจึงเห็นการประทะและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะในรัฐยะไข่ที่มีความขัดแย้งกันระหว่างคนยะไข่และคนโรฮีนจา ที่นับว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเมียนมา จนด่อว์อองซานต้องไปเชิญอดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติอีกคน คือ นายโคฟี่ อันนัน มานั่งเป็นประธาน กรรมการแก้ไขความขัดแย้งในรัฐนี้โดยเฉพาะ

พวกเราที่เป็นเพื่อนบ้าน ก็ต้องคอยเอาใจช่วยด่อว์อองซานซูจิกับคนทุกชาติพันธุ์ ให้สามารถตกลงกันได้หลังจากที่รอคอย มานานถึง 69 ปีแล้ว

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow