Amazing AEC – ถนนแคบน้ำใจกว้าง

0
119


เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสพา คุณสุรชัย รัศมี ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้บริหารธนาคารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. อีกกลุ่มหนึ่งไปสำรวจ ตลาดกัมพูชา ซึ่งมีข้อมูลและประสบการณ์การสำรวจตลาดของคณะที่น่าสนใจผมจึงอยากจะเอามาเล่าสู่กันฟังตรงนี้

ท่านทูตพาณิชย์ไทยประจำกรุงพนมเปญ ท่านจิราวุฒิ สุวรรณอาจ ซึ่งผมมีโอกาสได้เคยพบและเคยได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกัมพูชาจากท่านมาหลายครั้งแล้วรู้สึกประทับใจมาก ครั้งนี้ผมจึงไม่พลาดที่จะนำคณะธ.ก.ส. เข้าไปพบท่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านก็ทำให้ผมและคณะได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก อาทิตย์นี้ขอสรุปสั้นๆก่อนนะครับ

ท่านทูตพาณิชย์บอกกับคณะพวกเราว่าคนรวยมากๆในกัมพูชานั้น มีอยู่ราวๆ 5 เปอร์เซ็นต์นั้นมีกำลังซื้อสูงมาก ชอบซื้อของแบรนด์เนม ราคาไม่เกี่ยง ชอบมาช้อปปิ้งเมืองไทย นิยมมาตรวจและรักษาสุขภาพในกรุงเทพฯ ถ้าคิดจะขายของให้คนกลุ่มนี้ขอให้เตรียมของดีที่สุดเอาไว้ขายก็แล้วกัน ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อรองลงไปซึ่งมีอยู่ราวๆ 15 เปอร์เซ็นต์นั้นมีรสนิยมคล้ายๆคนไทยโดยทั่วไป ถ้าคิดจะขายของให้คนกลุ่มนี้ก็ขอให้คิดถึงว่าคนไทยชอบทานชอบใช้อะไรก็ขอให้เอาของแบบนั้นแหล่ะมาขายคนกลุ่มนี้ ส่วนเรื่องการลงทุนนั้นพอท่านทูตพาณิชย์เอาโลโก้ของบริษัทไทยที่มาลงทุนในกัมพูชาเรียบร้อยแล้วฉายขึ้นจอเท่านั้นคณะที่ไปถึงกับต้องอึ้งเพราะมีโลโก้ของแทบจะทุกบริษัทในเมืองไทยเลยทีเดียว

หลังจากนั้นผมได้พาคณะไปสำรวจตลาดทั้งที่เป็นโมเดิร์นเทรด ซุปเปอร์มาร์เก็ตและตลาดสดเพื่อให้ทุกคนเห็นสินค้าทั้งสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรมและสินค้าอุตสาหกรรมทั้งของกัมพูชาของไทยและของประเทศอื่นๆ คณะจึงเข้าใจมากขึ้นถึงรสนิยมและกำลังซื้อของคนที่นี่ ทุกคนเริ่มมองเห็นลู่ทางในการค้าขายกับคนกัมพูชามากยิ่งขึ้น

คุณโกศล จันทร ที่ปรึกษาใหญ่ของผมในกัมพูชาและเป็นคนที่ทาง FM 100.5 อสมท. ผู้จัดทัวร์ครั้งนี้ไหว้วานให้ช่วยจัดโปรแกรมต่างๆในกัมพูชาให้ได้เชิญคณะผู้บริหารหอการค้าและ SMEs คณะใหญ่ของกัมพูชามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะของเราซึ่งเป็นการพูดคุยที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เพราะขณะที่ผู้ประกอบการของไทยได้มีโอกาสเจรจาทางธุรกิจกับผู้สนใจจะนำเข้าสินค้าไทยอย่างเต็มที่นั้น ปรากฏว่าทางคณะผู้บริหารหอการค้าและ SMEs ของกัมพูชาก็ให้ความสนใจในปรัชญาการทำงานช่วยเหลือเกษตรกรของ ธ.ก.ส. มากเป็นพิเศษ เพราะทางกัมพูชายังไม่มีธนาคารที่มีภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพเช่น ธ.ก.ส. ของไทยเรา เมื่อทางเราได้เล่าถึงวิธีการปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยแล้วทางกัมพูชาก็ยิ่งชื่นชมในปรัชญาการทำงานของ ธ.ก.ส. มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าอีกไม่นาน ทางกัมพูชาคงจะต้องติดต่อมาขอดูงาน ธ.ก.ส. ในไทยเพื่อที่จะเอาแนวทางการทำงานไปเสนอให้รัฐบาลของเขาทำตามดูบ้าง

เรื่องอาหารการกินในกัมพูชาของคณะนี้นั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะทางธ.ก.ส. ได้ขอให้จัดร้านอาหารให้หลากหลาย ทั้งอาหารฝรั่งเศส อาหารจีน อาหารกัมพูชาอย่างดี และแบบบ้านๆ บางร้านคณะผู้บริหารธ.ก.ส. ถึงกับลองลงไปนั่งขัดสมาธิทานขนมจีนพื้นเมืองแบบคนท้องถิ่นดู สุดท้ายทุกคนในคณะบอกว่าอาหารกัมพูชาอร่อยมาก อร่อยกว่าที่คิดและที่เคยได้ยินมาก่อน

ระหว่างการเดินทาง ผมซึ่งมีหน้าที่บรรยายในรถไปตลอดทั้งสามวันนั้นได้ชี้ให้เห็นถึงอัธยาศัยของคนกัมพูชาในการใช้รถใช้ถนน ที่เขาจะแบ่งๆกันไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เลยทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาขับรถแบบมั่วๆไม่มีเลนซึ่งพอสังเกต ตามทุกคนก็เริ่มจะเข้าใจถึง “น้ำใจ” ของคนกัมพูชาบนท้องถนน แต่ที่ทำให้ทุกคนอะเมซิ่งอย่างมากก็คือในคืนวันที่สอง ขณะที่คณะกำลังจะไปทานอาหารเย็นกัน ปรากฏว่าการจราจรในกรุงพนมเปญติดขัดอย่างหนักเพราะเป็นคืนวันศุกร์ คนขับของเราก็เลยเลือกใช้ถนนเล็กๆเพื่อหนีรถติด ปรากฏว่าขณะที่รถบัสขนาดใหญ่ของเราต้องวิ่งผ่านร้านขายของข้างถนน แม่ค้าก็จะยกแผงยกกระจาดหลบให้ ตรงไหนต้องผ่านกันสาด แม่ค้าก็จะยกกันสาดหลบให้ ถ้าแม่ค้ายกไม่ไหวคนกัมพูชาที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาและรอหลีกรถเราอยู่แถวนั้นก็จะวิ่งมาช่วยแม่ค้ายกกันสาด ซึ่งทุกคนทำกันแบบยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีใครตาขวาง หรือบีบแตรไล่รถบัสของเราเลย เท่านั้นยังไม่พอ บางจังหวะคนขับรถเรายังตะโกนบอกให้พี่มอเตอร์ไซค์วิ่งไป บอกรถที่จอดขวางทางรถบัสเราให้ถอยออกไปก่อน ซึ่งพี่มอเตอร์ไซค์ก็วิ่งไปบอกให้อย่างเต็มใจ นับเป็นสิบห้านาที ในถนนแคบๆ ที่น้ำใจคนกัมพูชาอันกว้างใหญ่ไหลล้นทะลักมาใส่รถบัสพวกเราอย่างน่าประทับใจยิ่งครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow