Amazing AEC – จัดการน้ำแบบสิงคโปร์

0
98

เริ่มถึงฤดูกาลบ่นเรื่องน้ำแล้งกันแล้วนะครับทั้งๆ ที่เมืองไทยของเราฝนตกปีละ 1,572 มิลลิเมตร มากกว่าค่าเฉลี่ยฝนตกของทั้งโลก ซึ่งอยู่ที่ 1,050 มม. แล้วเปรียบเทียบกับพื้นที่รับฝนที่มากกว่าห้าแสนตารางกิโลเมตร ผมคิดว่าเมืองไทยฝนตกมากนะครับ แต่ที่เราเจอปัญหาน้ำท่วมสลับน้ำแล้งกันทุกปีๆ นี่เป็นเพราะเราบริหารจัดการน้ำไม่ดีมากกว่าเป็นเรื่องฝนน้อย ส่วนสิงคโปร์แม้ว่าฝนจะตกปีละ 2,400 มม. ซึ่งมากกว่าไทย แต่ถ้าคิดถึงพื้นที่รับฝนของเขาที่มีไม่ถึง 700 ตารางกิโลเมตรและต้องจัดการให้มีน้ำเพียงพอกับคนของเขาที่มี 5 ล้านคนเศษแล้วนับว่าสิงคโปร์นี่เป็นประเทศที่ขาดแคลนน้ำสุดๆ ซึ่งก็จริงเพราะทุกวันนี้สิงคโปร์ยังต้องซื้อน้ำจืดจากมาเลเซียมาใช้

สิงคโปร์ตัดสินใจที่จะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืนด้วยการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เพื่อมาดูแลการบริหารจัดการน้ำชื่อ Public Utilities Board หรือ PUB โดยเป้าหมายหลักคือสิงคโปร์จะต้องมีความมั่นคงเรื่องน้ำ อย่างแรกที่ทำก็คือ การวางแผนเก็บน้ำฝนทุกหยดที่ตกในสิงคโปร์เอาไว้ใช้ไม่ยอมให้ไหลทิ้งลงทะเลไปให้เสียเปล่า ด้วยการสั่งให้ทำท่อทางรับน้ำฝนไว้กับถนนทุกสาย เมื่อฝนตกลงมาน้ำฝนก็จะมีทางไหลลงไปเก็บในท่อทางใต้ดินที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วก็จะส่งน้ำฝนเหล่านี้ไปกักเก็บเอาไว้ในอ่างเก็บน้ำที่มีพื้นที่เกือบ 70 % ของประเทศ ในอนาคตจะขยายพื้นที่กักเก็บน้ำเหล่านี้ให้ได้มากถึง 90% ของพื้นที่ และยังมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่เก็บน้ำเหล่านี้ให้สวยงามเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้วยนะครับ

เรื่องที่สองที่ทำก็คือผลิตน้ำรีไซเคิลที่เรียกว่า NEWater ใช้ลงทุนสร้างท่อทางใต้ดินยาวเป็นพันๆ กิโลเมตรเพื่อลำเลียงเอาน้ำใช้แล้วจากทั่วสิงคโปร์มายังโรงงานรีไซเคิลน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 4 โรงงานในอนาคตโรงงานเหล่านี้ จะสามารถผลิต NEWater รองรับความต้องการใช้น้ำของคนสิงคโปร์ได้สูงถึง 55% และจะเป็นแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้หลักของประเทศเลยทีเดียว ที่บอกว่า “ดื่ม” ได้ เพราะ NEWater บางส่วนนี่สะอาดมากๆ ขนาดที่สามารถดื่มได้เลย PUB ก็เลยเอา NEWater บรรจุใส่ขวดให้คนดื่มได้เลย เรื่องที่สามก็คือการกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด PUB ปัจจุบันมี 2 โรงงานมีกำลังการผลิตได้ 25 % ของความต้องการใช้น้ำทั้งหมด เมื่อถึงปี พ.ศ. 2603 แม้คนสิงคโปร์จะใช้น้ำมากขึ้นอีก 2 เท่า โรงงาน NEWater ก็จะยังสามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำในระดับ 25 เปอร์เซ็นต์เอาไว้ได้ น่าอะเมซิ่งนะครับ

นอกจากให้ความสำคัญเรื่องการผลิตน้ำให้เพียงพอ PUB ยังให้ความสำคัญเรื่องการณรงค์ให้คนของเขารู้คุณค่าของน้ำอีกด้วย เช่น ในห้องน้ำสาธารณะทุกที่ในสิงคโปร์ก๊อกน้ำจะต้องใช้ระบบเปิดปิดอัตโนมัติเท่านั้น ส่วนชักโครกก็จะต้องเป็นชักโครกระบบสองจังหวะสำหรับการชำระล้างการถ่ายทุกข์แบบเบาและหนัก อีกตัวอย่างก็เช่น ฉลากประหยัดน้ำซึ่งต้องติดไว้กับอุปกรณ์ทั้งหลายที่ต้องใช้น้ำ เพื่อบ่งบอกว่าอุปกรณ์ดังกล่าวประหยัดน้ำได้ในระดับใดเหมือนๆ กับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 บ้านเรานั่นแหละครับ สัญลักษณ์ที่ใช้เป็นเครื่องหมายถูก ยิ่งมีเครื่องหมายถูกหลายอันก็หมายความว่าอุปกรณ์นั้นๆ ยิ่งประหยัดน้ำมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีเครื่องหมายถูกสองอันถ้าเอามาซักผ้าหนัก 7 กิโลกรัมจะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 102 ลิตร แต่ถ้าเป็นเครื่องที่มีเครื่องหมายถูกสามอันจะสามารถประหยัดน้ำได้สูงถึง 112 ลิตรเลยทีเดียว ประหยัดไปเยอะนะครับถ้าเอามาเปรียบเทียบกับเครื่องซักผ้าธรรมดาซึ่งแต่ละครั้งนั้นใช้น้ำ 150 ถึง 250 ลิตร

แต่รัฐบาลสิงคโปร์รู้ดีว่า การรณรงค์เพียงอย่างเดียวไม่มีทางจะทำให้คนสิงคโปร์รู้ค่าและประหยัดการใช้น้ำได้อย่างจริงจัง เขาจึงใช้มาตรการบังคับควบคู่กันไปด้วย เช่น เรื่องเครื่องซักผ้า พอเริ่มมีเครื่องซักผ้ารุ่นประหยัดน้ำขายใหม่ๆ ก็เริ่มต้นด้วยการรณรงค์ให้คนเปลี่ยนมาใช้เครื่องซักผ้ารุ่นที่ประหยัดน้ำก่อน ผ่านไปได้สักสองสามปี พอถึงก็ออกกฎหมายห้ามขายเครื่องซักผ้าที่ไม่มีเครื่องหมายประหยัดน้ำโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังทำให้น้ำเป็นของแพงโดยกำหนดปริมาณน้ำที่คนสิงคโปร์ควรจะใช้ในแต่ละเดือน หากใช้น้ำเกินปริมาณที่ควรจะใช้รัฐบาลก็จะเก็บเงินส่วนพิ่มจากการใช้น้ำนั้นๆ (Water Tariff) เป็นการขีดเส้นการใช้น้ำแบบพอดีๆ ให้ประชาชนรู้ นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเก็บภาษีอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation Tax) อีกด้วย คนสิงคโปร์เลยรู้ตัวดีว่าถ้าเขาใช้น้ำมาก เขาก็จะต้องจ่ายค่าน้ำในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แถมยังต้องจ่ายภาษีมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นต้องประหยัดการใช้น้ำจะดีกว่า

วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชัดเจนและลงมือทำอย่างจริงจัง สิงคโปร์เลยมั่นใจว่าในอนาคตประเทศเขาจะมีความมั่นคงเรื่องน้ำอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงน้ำจากมาเลเซียอีกต่อไป คิดและทำได้อย่างน่าอะเมซิ่งนะครับสิงคโปร์นี่

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow