AEC for Happy Family : รู้จักบรูไน

0
110
AEC for Happy Family : รู้จักบรูไน
420420

AEC for Happy Family กับ เกษมสันต์ / (พฤษภาคม 2558)

รู้จักบรูไน

คุณแม่คุณพ่อรู้จักบรูไนมั้ยครับ ถ้าผมจะถามว่าบรูไนเป็นประเทศแบบไหน คุณแม่คุณพ่อจะตอบเหมือน เพื่อนๆผมมั้ยครับว่า เป็นทะเลทราย แห้งแล้งเพราะตอนเรียนหนังสือจำได้ว่าบรูไนเป็นประเทศผู้ส่งออก น้ำมันเพราะฉะนั้นลักษณะภูมิประเทศน่าจะเหมือนประเทศแถวๆตะวันออกกลาง

ผิดหมดผิดโดยสิ้นเชิงนะครับ เพราะบรูไนเป็นประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ที่สุดในกลุ่มประเทศ AEC ด้วยกัน เลยนะครับ เพราะบรูไนนี่เป็นประเทศที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว เกาะที่เก่าแก่ที่สุด แถมมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม ในโลกใหญ่กว่าประเทศไทย ตั้งอยู่ตอนใต้ถัดลงไปจากมาเลเซีย แม้ว่าพื้นที่ของประเทศจะใหญ่แค่ 5,765 ตาราง กิโลเมตร หรือราวๆจังหวัดนครพนมของไทยเรา แต่ก็มีอุทยานแห่งชาติอูลูเทมบูรงที่อุดมสมบูรณ์อย่างน่า มหัศจรรย์ ถือเป็นประเทศที่คุณแม่คุณพ่อพาลูกรักไปเที่ยวได้สบายเลย ที่สำคัญที่ป่าของบรูไนนี่มีสัตว์หายาก ที่หาดูที่อื่นไม่ได้ในโลก เช่น ลิงจมูกยาวที่มีจมูกยาวเป็นสิบเซ็นต์มีที่เดียวในโลก หรือผีเสื้อราชาถุงทองบรุ๊ค ที่งดงามดังมีมรกตติดไว้ที่ปีก ป่าของบรูไนนั้นถ้าลูกรักชอบท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ละก็น่าจะพามาเที่ยว มากๆเลยครับ

ประเทศบรูไนดารุสซาลามนั้นชื่อมีความหมายว่านครแห่งสันติสุข มีเมืองหลวงชื่อบันดาร์เสรีเบกาวันซึ่งเป็น เมืองใหญ่เพียงเมืองเดียวของบรูไน เมืองที่เหลือล้วนแต่มีขนาดเล็กมากทั้งสิ้น การไปเที่ยวในบันดาร์เสรีเบกาวัน นั้นคุณแม่คุณพ่อจะแปลกใจกับความเขียวชะอุ่มของเมือง เพราะเมืองทั้งเมืองจะมีต้นไม้เต็มไปหมด มีสวน สาธารณะเขียวสดชื่น ที่น่าอะเมซิ่งก็คือเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเมืองหลวงที่มีรถมอเตอร์ไซค์ จักรยานหรือ รถโดยสารประจำทางน้อยมาก แท็กซี่ก็มีอยู่ไม่กี่สิบคัน ที่เป็นเช่นนี้ผู้คนที่นี่เขามีรถยนต์ส่วนตัวกันเป็นส่วนมาก ดังนั้นถ้าเห็นคนขึ้นรถรับจ้างสาธารณะให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นนักท่องเที่ยว

อีกมุมของบรูไนที่คุณแม่คุณพ่อน่าจะพาลูกรักไปเรียนรู้ก็คือประเทศนี้ยังปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิ ราชย์และเป็นเพียงประเทศเดียวในกลุ่ม AEC ที่ยังปกครองด้วยระบอบนี้ ถ้าอยากให้ลูกรักรู้ว่าระบบนี้เป็นอย่าง
ไร แล้วอธิบายไม่ลูกรักไม่ถูกว่าที่บอกว่าเมืองไทยเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น เป็นอย่างไร ก็ต้องพาไปดูที่บรูไนเลยครับ ไปดูบ้านดูเมืองของเขาว่าเวลามีพระมหากษัตริย์ปกครองเต็มรูปแบบบ้านเมือง จะเป็นอย่างไร? พระมหากษัตริย์ของบรูไน นั้นมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าสุลต่านและสมเด็จพระราชาธิบดี แห่งบรูไนดารุสซาลาม โดยพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดดัลเลาะห์ ซึ่งเป็นพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 ทรงครองราชย์มาแล้ว 48 ปี ราชวงศ์ของพระองค์ท่านได้ ปกครองบรูไนมานานกว่า 600 ปี แล้วถือว่าเก่าแก่ยาวนานที่สุดในโลกราชวงศ์หนึ่ง

นอกจากสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์จะทรงเป็นประมุขแห่งรัฐแล้วท่านยังทรงเป็น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ประธานบริษัท ปิโตรเลียมแห่งชาติบรูไน และเนื่องจากบรูไน เป็นประเทศอิสลามดังนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีท่านจึงทรง เป็นผู้นำทางศาสนาอีกด้วย ถ้าจะอธิบายสั้นๆกับลูกรักก็คือสมเด็จพระราชาธิบดีท่านทรง เป็นผู้นำในทุกๆ ด้านเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของบรูไนนั่นเอง

ด้วยการเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ปกครองบรูไนจึงมีพระราชพิธีที่คล้ายคลึงประเทศไทยหลายๆพระราช พิธี เช่นพระราชพิธีราชาภิเษกหรือพระราชพิธีอภิเษกสมรสของพระราชโอรสหรือพระราชธิดาที่เราเพิ่งจะ ได้เห็นข่าวไปไม่นานมานี้ และสองประเทศเรายังมีความสัมพันธ์ในระดับราชวงศ์ที่ดีอีกด้วย

เดิมทีประเทศนี้ก็ไม่ได้มีความร่ำรวยอะไรจนกระทั่งได้ค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เมื่อร่ำรวยขึ้นมา สมเด็จพระราชาธิบดีท่านจึงทรงบริหารประเทศที่มีประชากรเพียง 420,000 คนเท่านั้นแบบรัฐสวัสดิการเต็มที่ คนบรูไนนั้นเรียนฟรีได้ตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาตรี ค่าเทอมค่าหนังสือ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฟรีหมด และถ้าหากอยากจะไปเรียนต่างประเทศก็มีทุนให้ไปเรียน จบจบปริญญาเอกโดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวว่า เมื่อเรียนจบจะต้องกลับมาแต่งงานกับคนบรูไนเท่านั้น ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นรัฐบาลบรูไนดูแลคนของเขาเต็มที่ รักษาพยาบาลฟรีหมดไม่ว่าจะเจ็บป่วยหนักแค่ไหน

คนบรูไนมากกว่าครึ่งหนึ่งรับราชการเพราะอาชีพข้าราชการในบรูไนนั้นนอกจากจะได้รับเงินเดือนที่สูงแล้วยังมี สวัสดิการที่และดียอดเยี่ยมอีกด้วย เช่นมีสวัสดิการให้ข้าราชการสามารถพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศได้ หรือสามารถพาไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่เมืองเมกะได้อีกด้วย ไม่มีข้าราชการประเทศไหนจะน่าอิจฉา เท่าข้าราชการประเทศนี้อีกแล้ว

แต่ความเป็นรัฐสวัสดิการคงจะต้องเปลี่ยนแปลง เพราะอีกยี่สิบปีเศษน้ำมันจะหมดจากบรูไน ดังนั้นวันนี้บรูไน จึงกำลังวางแผนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้รองรับวันที่น้ำมันหมดไป อย่างไรก็ตามสมเด็จพระราชาธิบดี ท่านได้ทรงตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจากปัจจุบันที่คนบรูไนมีรายได้เฉลี่ยคนละราวๆ 1 ล้าน 3 แสนบาทต่อคนต่อปี ท่านจะทรงทำให้คนบรูไนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนสูงติด 1 ใน 10 ของโลก ซึ่งก็ต้องมาติดตามดูว่าท่านจะทรงทำได้ หรือไม่?

เมื่อพาลูกรักไปเที่ยวบรูไน นอกจากธรรมชาติที่หาดูที่อื่นได้ยากแล้ว บรูไนยังมีมัสยิดทองคำ โอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน และมัสยิดทองคำ จาเมีย ฮัสซานัล โบลเกียห์ และที่ต้องไม่พลาดก็คือ Royal Regalia Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พร้อมประวัติความเป็นมาของราชวงศ์บรูไนอย่างน่าสนใจ ของใช้สำคัญของราชวงศ์มักจะทำด้วยทองคำ เช่น ราชรถทองคำ บัลลังก์ทองคำ กริชทองคำ มงกุฎทองคำ น่าชมมากครับ

ที่เป็นจุดเด่นอีกสถานที่หนึ่งก็คือพระราชวังหลังคาทองคำ อิสตานา นูรุล อิมาน ซึ่งถือว่าเป็นพระราชวังสำหรับ พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 200,000 ตารางเมตร พระราชพิธีอภิเษกสมรสของ พระราชโอรสและพระราชธิดาที่เราเห็นในข่าวก็จัดในพระราชวังแห่งนี้ ที่น่าสนใจก็คือทุกวันครอบครัวของ ชาวมุสลิมที่เรียกว่าวันฮารีรายออิดิลฟริตี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจะทรงพระราชวังแห่งนี้ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรและมีโอกาสสัมผัสพระหัตถ์ของพระองค์ท่านได้อีกด้วย

หรือจะพาลูกรักไปดูชุมชนลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เขาเรียกว่า หมู่บ้านลอยน้ำกำปงเอเยอร์ ก็น่าสนใจนะครับเพราะชุมชนลอยน้ำแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่รวมกันเกือบๆ 40,000 คน หมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นบ้านยกเสาสูงปลูกติดกันเป็นกลุ่มๆ โดยจะเว้นเป็นช่อง ให้เรือเข้ามารับส่งได้ บ้านแต่หลังก็หรูหราสะดวกสบาย บางบ้านก็เปิดรับนักท่องเที่ยวให้ขึ้นบ้านไปชมไปสัมผัส ชีวิตของเขาได้อีกด้วย

สองสามปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจบรูไนนั้นเติบโตไม่ค่อยดีนัก วันนี้รายได้จากการท่องเที่ยวจึงจะเป็น อนาคตที่สำคัญของบรูไน ผมเลยอยากให้คุณแม่คุณพ่อลองพาลูกรักไปเที่ยวบรูไนดู ปีๆหนึ่งคนไทยไปเที่ยวบรูไนราวๆ 4,000 คนเท่านั้นนับว่าน้อยมาก เราคนไทยช่วยกันไปเที่ยว ไปสานความสัมพันธ์กับคนบรูไนประเทศในกลุ่ม AEC ของเรา ผมว่าน่าจะดีนะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow