AEC for Happy Family : ต้นแบบซีเนียร์เซ็นเตอร์

0
86

AEC for Happy Family : ต้นแบบซีเนียร์เซ็นเตอร์

AEC for Happy Family กับ เกษมสันต์ / ( 2558)

ต้นแบบซีเนียร์เซ็นเตอร์

เมื่อปลายปีที่แล้วผมเคยเขียนถึงการที่โลกและ AEC กำลังจะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุ ภายในปี พ.ศ. 2578 คาดการณ์ กันว่าโลกทั้งโลกจะมีผู้สูงอายุซึ่งมีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปรวมกันประมาณ 1,371 ล้านคนหรือประมาณ 15 % ของ คนทั้งหมดโลกที่จะมีจำนวนประมาณ 8,860 ล้านคน ใน AEC ของเราจะมีผู้สูงอายุมากถึง 115 ล้านคนจากคน ทั้งหมด 741 ล้านคน โดยประเทศไทยของเราจะมี ผู้สูงอายุ 23% หรือเท่ากับ 18 ล้านคนจากคนทั้งหมด 76.5 ล้านคนสูงเป็นอันดับสองของ AEC รองจากสิงคโปร์ ที่จะมีผู้สูงอายุสูงมากถึง 32% หรือ 2 ล้านคนจากคนทั้งหมด 6.5 ล้านคน

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2578 นั้นประเทศจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างก็จะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุเพราะได้กลายเป็นประเทศหรือ สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดคือสังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของคนทั้งประเทศ โดยญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มี สัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลกคือ 40%ของคนทั้งหมดหรือราวๆ 40 ล้านคน ขณะที่ประเทศจีนซึ่งจะมีสัดส่วน ผู้สูงอายุเท่ากับเมืองไทยคือ 23% นั้น แต่ด้วยจำนวนคนทั้งประเทศที่มีมากมายมหาศาลเลยทำให้จีนมีผู้สูงอายุ มากถึง 330 ล้านคน

การที่ประเทศมีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากนอกจากจะเป็นภาระในระดับชาติเพราะค่าใช้จ่าย ในการดูแลผู้สูงอายุ นั้นจะสูงมากเนื่องจากผู้สูงอายุเหล่านี้นอกจากจะไม่มีรายได้แล้ว พวกเขายังจะมีรายจ่ายใน การดูแลรักษาสุขภาพ ให้แข็งแรงและรักษาโรคภัยไข้เจ็บซึ่งจะรุมเร้าเข้ามามากกว่าคนวัยอื่นๆแล้ว ภาระของแต่ละครอบครัวยังจะสูง ตามไปด้วยเพราะผู้สูงอายุต้องการการดูแลที่มากเป็นพิเศษ บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วยคงจะเข้าใจทันที

ตอนนี้ประเทศจีนก็เลยตื่นตัวเรื่องผู้สูงอายุมากกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อผมได้รับการชักชวนจากเพื่อนคนจีนให้ไปดู ว่าที่มณฑลกุ้ยโจวจีนนั้นได้มีเอกชนหัวใสเขาคิดทำโปรเจคท์ที่เรียกว่า “ซีเนียร์ เซ็นเตอร์” ผมจึงรีบไปดูทันที มณฑลกุ้ยโจวซึ่งเป็นมณฑลที่อยู่ติดกับมณฑลหยุนหนานซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองไทยและ AEC มากที่สุดนั้นมีพื้นที่ 176,167 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศไทย ส่วนจำนวนคนนั้นมีประมาณครึ่งหนึ่ง ของไทยคือมีคนประมาณ 39 ล้านคน นอกจากทรัพยากรธรรมชาติมากมายและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายแล้ว มณฑลกุ้ยโจวยังมีชื่อเสียงในการทำเหล้า “เหมาไถ” เหล้าที่ดังและแพงที่สุดของจีนอีกด้วย

แม้ว่ามณฑลกุ้ยโจวจะเป็นมณฑลเล็กๆที่มีความเจริญน้อยกว่ามณฑลอื่นๆและคนไทยเรายังรู้จักน้อยมาก แต่เมืองหลวงของมณฑลนี้ที่ชื่อกุ้ยหยางนั้นกลับเป็นเมืองที่คนจีนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะที่เป็น “เมืองท่าแห่งการพักผ่อน” เพราะเมืองกุ้ยหยางนั้นมีอากาศที่หลากหลายสบายๆไม่ร้อนจัดไม่หนาวจัด ภูมิประเทศที่สวยงามเพราะเป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่ จนมีฉายาว่า “เทียนอู๋ซันอื้อฉิง ตี้วู๋ซันซื่อผิง” แปลเป็นไทยได้ว่า “มีแดดติดกันไม่เกิน 3 วัน มีที่ราบติดกันไม่เกิน 3 ฟุต”

ผมไปเมืองกุ้ยหยางกลางเดือนกรกฎาคมที่เป็นฤดูร้อนของจีนปรากฎว่าตอนเช้าตอนที่ออกมาเดินเล่นผมวัดอุณภูมิได้ 19 องศาเซนเซียส อากาศเย็นสบายเลยทีเดียว แถมบางช่วงของวันยังมีฝนโปรยปรายมาเบาๆให้เย็นชุ่มฉ่ำใจ เสียอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่ในแต่ละปีจะมีคนจีนมากกว่า 200 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันที่กุ้ยหยาง

พอไปถึง “โครงการซันวัลเล่ย์” โครงการซีเนียร์เซ็นเตอร์ที่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 5 ตารางกิโลเมตรนั้น ต้องยอมรับ เลยว่าครับว่า “อึ้งและทึ่ง” ในความกล้าลงทุนและแนวคิดของเจ้าของ เพราะโครงการนี้วางแผนจะลงทุนสูงถึง 30,000 ล้านบาทเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุให้ได้ 50,000 คน ในโครงการนอกจากจะมีที่อยู่อาศัยสำหรับ ผู้สูงอายุ ทั้งเป็นแบบบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และอพาร์ทเม้นท์แล้ว ยังมีศูนย์กลางที่จะเป็นสถานที่ให้ผู้สูงอายุมี โอกาสมาร่วมทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมส์เล่นไพ่นกกระจอก ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือนั่งดื่มชา สนทนากัน เหมือนๆสโมสรชั้นดีของบรรดาเศรษฐีในไทยที่เขามีไว้พักผ่อนหย่อนใจกันนั่นล่ะครับ สำหรับคนที่ ชอบเล่นกอล์ฟในโครงการนี้เขาก็ยังเอาใจด้วยการสร้างสนามกอล์ฟมาตรฐาน PGA 18 หลุมเอาไว้ให้เล่นด้วย

การดูแลผู้สูงอายุนั้นเรื่องสุขภาพสำคัญที่สุดโครงการนี้จึงได้ไปดึงเอาโรงพยาบาลชั้นนำของโลกมาตั้งไว้ที่นี่ รวมทั้งสร้างสถานบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพเอาไว้ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

แต่ที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษไม่ใช่เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ หรือโครงการที่ใหญ่โตมโหฬาร แต่กลับเป็น แนวคิดในการสร้างที่พักอาศัยของที่นี่ครับ เรื่องแรกที่ประทับใจมากก็คือโครงการนี้เขาไม่ได้คิดจะแยกเอา ผู้สูงอายุมาอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว เหมือนกับการที่ลูกหลานส่งพ่อแม่ปู่ย่าตายายไปอยู่บ้านพักคนชราแบบที่ คนไทยเราคิดหรอกนะครับ แต่เขาออกแบบสร้างที่พักอาศัยแบบให้ทั้งครอบครัวตามมาอยู่ด้วยกัน ดังนั้นในบ้าน และทาว์นเฮ้าส์ที่สร้างขายนั้น นอกจากจะมีห้องพักของผู้สูงอายุที่แน่นอนว่าจะต้องอยู่ที่ชั้น 1 เพราะผู้สูงอายุเช่น ปู่ย่าตายายจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดแล้ว โครงการเขายังออกแบบให้มีห้องพักของคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่สะดวก สบาย เหมือนบ้านหรูๆ มีห้องหนังสือหรือห้องทำงาน มีบาร์ได้ นอกจากนี้ยังมีห้องเด็กไว้รองรับเด็กอีกด้วย

ผมประทับใจเรื่องนี้เพราะผมคิดว่าเรื่องสุขภาพใจของผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย การที่เขาได้อยู่ใกล้ๆลูกหลาน ไม่รู้สึกว่าโดนทอดทิ้ง น่าจะเป็นความสุขใจอย่างยิ่งของผู้สูงอายุ และผมคิดว่าแนวคิดแบบนี้น่าจะต้องเอามาใช้ในการสร้างซีเนียร์เซ็นเตอร์ในเมืองไทยของเรา เพราะบ้านเราผู้สูงอายุยิ่งมีความรู้สึกอ่อนไหวกับการโดนลูกหลานทอดทิ้ง

การที่จะยกเอาทั้งครอบครัวตามไปอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุได้นั้น หมายความว่าซีเนียร์เซ็นเตอร์ต้องตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ตัวเมืองมากนักเพราะคุณพ่อคุณแม่จะต้องเดินทางกลับเข้ามาทำงานทุกวันหรือลูกรักจะต้องเดินทางกลับเข้ามา เรียนหนังสือ นอกจากนั้นในช่วงวันหยุดบริเวณใกล้เคียงซีเนียร์เซ็นเตอร์ก็ต้องมีกิจกรรมต่างๆไว้รองรับคน ทุกเพศทุกวัย ซึ่งบริเวณใกล้เคียงซีเนียร์เซ็นเตอร์ในกุ้ยหยางนั้นเขาก็มีโครงการอื่นๆไว้ตอบโจทย์พวกนี้ ได้หมดอย่างน่าสนใจ

เรื่องที่สองที่ผมประทับใจก็คือการออกแบบภายในบ้านที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุนั้น ที่กุ้ยหยางเขาออกแบบได้ ละเอียดจริงๆ เรื่องการออกแบบห้องน้ำให้ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุนั้นผมเคยเห็นบ่อยแล้ว คุณแม่คุณพ่อก็คงจะเคยเห็น แต่สิ่งที่มีในกุ้ยหยางผมเห็นว่าให้ความใส่ใจอย่างดี เช่นกุญแจบ้านก็ไม่ต้องไข แต่ใช้วิธีเอาตาไปมองตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถเปิดปะตูได้แล้ว ไม่ต้องห่วงว่าผู้สูงอายุจะไปลืมวางกุญแจไว้ตรงไหน การออกแบบห้องครัวเขาก็ยังออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้สูงอายุที่ยังมีเรี่ยวแรงทำครัวไหว เชื่อมั้ยครับว่าที่นี่ เคาน์เตอร์ครัวก็ถูกออกแบบให้ต่ำกว่าปรกติ โดยเลือกเอาระดับความสูงที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ส่วนในตู้ที่เก็บ เครื่องปรุงหรืออุปกรณ์เล็กๆน้อยๆทั้งหลาย เขาก็ออกแบบให้มีเชือกดึงเอาชั้นเก็บของในตู้ให้ต่ำลงมาจนผู้สูงอายุ หยิบเอามาใช้ได้โดยไม่ต้องเขย่งหรือปีนบันไดขึ้นไปหยิบ ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ที่เอามาเขียนให้คุณแม่คุณพ่ออ่านเรื่องนี้นั้นก็เพราะผมอยากให้คิดกันเสียตั้งแต่วันนี้เลยครับว่า อีกสิบปีข้างหน้าบ้านพักอาศัยของพวกเราจะต้องออกแบบอย่างไร จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินทำตอนนั้น ส่วนคุณแม่คุณพ่อท่านไหนมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเนียร์เซ็นเตอร์ก็จะได้คิดวางแผนหาลู่ทางทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น บูมแน่ครับธุรกิจซีเนียร์เซ็นเตอร์ เชื่อผมเถอะ *

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow