ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 99 เปเปอร์ VS กระเบื้อง

0
70

พลันที่ปานามาเปเปอร์หลุดออกมาสู่สายตาของโลก ประเทศทั้งหลายก็มีปฏิกริยาตอบสนองแตกต่างกันออกไป ประเทศที่พัฒนาแล้วเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ประเทศกำลังพัฒนาบอกเรื่องนี้ต้องหาข้อเท็จจริง ประเทศเผด็จการบางประเทศ บอกเรื่องนี้ไร้สาระ

ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้ว คนระดับนายกฯต้องลาออก บางคนโดนซักฟอกในสภา อีกหลายคนกำลังโดนขุด คุ้ยอย่างหนัก แต่ในประเทศไทยของเรา คนที่มีรายชื่ออยู่ในปานามาเปเปอร์บางคนกลายเป็นทองไปแล้ว เพราะ “ทองไม่รู้ร้อน” ไม่ปฏิเสธไม่ต้องแก้ข่าว ฉันจะมีชื่ออยู่ที่ไหนจะไปทำอะไรก็เรื่องของฉัน ใครจะทำไม บางคนก็ ออกมาแก้ต่างว่าไม่รู้ว่าชื่อตัวเองไปอยู่ได้อย่างไร บางคนก็บอกว่าอ่านเอกสารกันดีหรือยัง เขาเขียนเอาไว้ด้วยนะ ว่าคนที่มีชื่อไม่ได้แปลว่าเขาทำอะไรผิดกฎหมาย หน่วยงานสองสามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ออกมาบอก ว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สุ้มเสียงดูเกรงอกเกรงใจอย่างไรก็ไม่รู้

ขอขีดเส้นใต้ไว้ตรงนี้ก่อนนะครับว่าที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาเป็นเดือดเป็นแค้นคนที่มีรายชื่อในปานามาเปเปอร์นี่ ไม่ใช่เรื่องของ “การทำผิดกฎหมาย” นะครับ แต่เป็น “การเลี่ยงกฎหมาย เลี่ยงภาษี” และ “การมีพฤติกรรม อำพราง” เพราะการไปตั้งบริษัทในบรรดาหมู่เกาะที่เป็นสวรรค์ของการเลี่ยงภาษี นี่เป็นการปิดบังว่า คนผู้นั้นเป็น เจ้าของบริษัทหรือทรัพย์สินอะไรบ้าง เมื่อบริษัทเหล่านั้นไปลงทุนที่ไหนก็จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครกันแน่ที่มา ลงทุน แถมเมื่อมีกำไรก็ยังสามารถหลบเลี่ยงภาษีในประเทศตัวเองได้ง่ายอีกด้วย

คนในประเทศพัฒนาแล้วเขาถือว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่พวกเขา “รับไม่ได้” เพราะมันสะท้อนถึง “จริยธรรม อันเลวร้าย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คนผู้นั้นเป็นคนสาธารณะ ผู้บริหารบ้านเมือง หรือเป็นผู้นำองค์กรธุรกิจ ที่สำคัญ คนในประเทศพัฒนาแล้วเขาถูกปลูกฝังความคิดว่า “จริยธรรม” เป็นเรื่องสำคัญ และไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคน รวย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกัน สำหรับคนไทยแล้ว ผมเชื่อว่าคนชั้นกลางและคนชั้นล่างส่วนมากก็รู้ สึก “รับไม่ได้” กับพฤติกรรมนี้แต่ก็คงไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนคนชั้นสูงที่เขาสนิทและทำธุรกิจร่วมกันก็คงคิด คล้ายๆ กันว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางธุรกิจ ใครๆ เขาก็ทำกัน ไม่เห็นจะมีอะไรผิด

การที่ผู้บริหารผู้นำองค์กรธุรกิจและคนชั้นสูงมีจริยธรรมต่ำกว่าคนชั้นอื่นๆในสังคม และชอบเล่นเกมบนกติกา ที่ได้เปรียบชนชั้นที่ด้อยกว่า เป็นอีกอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไทยเราปราบคอร์รัปชั่นไม่สำเร็จเสียที ก็ลองดูสิครับ คนที่เป็นผู้นำในการรณรงค์ปราบปรามคอร์รัปชั่นทั้งองค์กรอิสระหรือภาคประชาชนก็ล้วนแต่เป็นคนที่เรา “คิด” ว่าเป็นคนดีๆ เก่งๆ ทั้งสิ้น แต่ทำไมถึงปราบคอร์รัปชั่นไม่ได้ซักที ผมว่าถึงเวลาแล้วที่การปราบคอร์รัปชั่น ของไทย เราจะต้องหันมาพึ่ง “ระบบ” และ “ยุทธศาสตร์” ซึ่งหลายประเทศทำแล้วได้ผล เดี๋ยวพุธหน้าจะมาเขียนต่อ

เราต้องเลิกหวังพึ่งคนดีคนเก่งคนชั้นนำกันได้แล้ว ขนาดปานามาเปเปอร์ที่เขย่าโลกทั้งใบจนสะเทือนไปหมด พอมาถึงไทยก็เป็นได้แค่ “เปเปอร์” ซึ่งไทยเราไม่นิยมแต่เราชื่นชม “กระเบื้องอย่างหนา” ครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow