ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 87 รัฐปฏิรูปภาษี

0
104

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์พาดหัวไว้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า “รัฐปฏิรูปภาษี” ทำเอาผมหลงดีใจคิดว่ารัฐบาลเอาจริง แน่แล้ว  แต่พออ่านเนื้อในปรากฎว่าไม่มีอะไรใหม่ ผมเลยจะขอเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับปฏิรูปภาษีดูบ้าง

หนึ่ง ระบบภาษีที่จะส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมควรจะเป็นอย่างไร? อัตราภาษี บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลควรจะต้องลดลงให้มากกว่านี้ใช่หรือไม่? ตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศก็ควรจะ ต้องชัดเจนด้วยใช่หรือไม่? ตำแหน่งประเทศที่กว้างเวิ้งว้างของไทยเป็นอุปสรรคต่อการออกแบบระบบภาษีหรือ ไม่? สอง จะทำข้อหนึ่งได้ เราจะต้องทำให้บุคคลธรรมดาและบริษัทเข้ามาสู่ระบบภาษีมากขึ้นใช่หรือไม่? แผนการที่จะดึงคนไทยทุกคนที่มีรายได้เข้าสู่ระบบภาษี รัฐบาลนี้จะทำอย่างไร?

สาม คนไทยกว่า 40 ล้านคนมีงานทำมีรายได้ แต่คนที่อยู่ในระบบภาษีมีเพียง 10 ล้านคนเศษ และคนที่เสียภาษี จริงๆมีเพียง 1 ล้านคนเศษๆเท่านั้น จริงหรือไม่? รัฐบาลนี้คิดว่าสัดส่วนคนมีรายได้และเสียภาษีแบบนี้ต้องแก้ไข หรือไม่ อย่างไร? สี่ รัฐบาลนี้ทราบหรือไม่ว่าระบบภาษีบุคคลธรรมดาของไทยในปัจจุบันนั้นคนเงินเดือนเท่ากัน อาจจะเสียภาษีไม่เท่ากัน คนรวยได้เปรียบคนจน? ถ้ารู้แล้วรัฐบาลนี้มีแผนจะทำอย่างไร?

ห้า ฮ่องกงและสิงคโปร์ที่สามารถเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินระดับโลกได้นั้นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้ เขาสามารถเก็บภาษีบุคคลธรรมดาในอัตราที่ต่ำกว่าไทยเราได้ก็เพราะระบบภาษีบุคคลธรรมดาของเขาง่าย ไม่มีค่าลดหย่อนมากมายที่เปิดโอกาสให้คนรวยเอาเปรียบคนจน เลยทำให้คนที่มีรายได้ทุกคนเข้าสู่ระบบภาษี ใช่หรือไม่? รัฐบาลนี้เคยเปรียบเทียบระบบของฮ่องกงและสิงคโปร์กับของไทยเราหรือไม่?

หก บริษัทในเมืองไทยกว่า 350,000  บริษัทนั้น มีบริษัทที่เสียภาษีไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่? รัฐบาลนี้มีแผนจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร? รัฐบาลนี้ทำอะไรไปบ้างแล้ว?

เจ็ด ที่ผ่านมาการส่งเสริมการลงทุนของไทยใช้การยกเว้นภาษีเป็นแรงจูงใจหลัก รัฐบาลเคยคิดจะจับเอาบีโอไอ และกระทรวงการคลังมาประชุมและให้เอาผลประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนมาเปรียบเทียบกับภาษีที่ยกเว้นให้หรือเปล่าว่าจริงๆแล้ว ประเทศไทยได้ประโยชน์จริงหรือไม่? ถึงเวลาหรือยังที่ไทยเราจะเปลี่ยนไปส่งเสริม การลงทุนด้วยมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่หลายประเทศเขาก็ใช้ได้ผล?

แปด ถ้าการส่งเสริมการลงทุนโดยใช้การยกเว้นภาษีเป็นแรงจูงใจหลักดีจริง ทำไมอุตสาหกรรมระดับโลก จึงหันไปลงทุนที่เวียดนามมากกว่าที่จะมาลงทุนในไทย? รัฐบาลนี้รู้หรือยัง? ถ้ารู้แล้วคิดจะทำอะไร?

คำถามเหล่านี้ไม่ใช่คำถามใหม่ แต่เป็นคำถามที่คนศึกษาเรื่องการปฏิรูปภาษีทุกคนล้วนทราบดี แต่โชคไม่ดี ไทยเราไม่เคยมีรัฐมนตรีคลังที่วิสัยทัศน์และกล้าหาญพอที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาถกเถียงให้เกิดความชัดเจนเพื่อจะได้เดินหน้าต่อไปได้เสียที ไม่มีโอกาสไหนที่จะปฏิรูปภาษีได้ดีเท่าตอนนี้อีกแล้ว ผมขอฝากความหวังไว้ที่นายกฯประยุทธ์กับ ม. 44 ก็แล้วกันนะครับ 

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow