ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 8 ยุทธศาสตร์การจัดงานระดับใหญ่

0
69

อาทิตย์นี้ขอออกนอกเรื่องยุทธศาสตร์การเข้าสู่ AEC ไปข้องแวะการจัดโอลิมปิคกันซักหน่อยนะครับ โดยผมจะขออนุญาตนำเอา “การคิดแบบมียุทธศาสตร์” มาวิเคราะห์การจัดโอลิมปิคซักหน่อย เพราะเห็นไทยเราอยากจัดไปหมด โอลิมปิค บอลโลก และที่กำลังเป็นข่าวมากหน่อยช่วงนี้คือ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด เวิล์ดเอ็กซ์โปในปี 2020 ที่อยุธยา

ท่านที่ติดตามชมข่าวสำนักข่าวดังๆ ของโลก คงได้เห็นข่าวที่สำนักข่าวเหล่านั้นพาย้อนกลับไปดูสนามกีฬาในประเทศจีนที่เคยสวยงามสมัยจีน เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เห็นภาพชัดเจนเลยล่ะครับว่าปัจจุบันการสภาพเสื่อมโทรมลงไปขนาดไหน การใช้งานน้อยลงไปเพียงใด ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย

ความจริงไม่ต้องไปถึงเมืองจีน มาดูที่เมืองไทยก็คงมีในหลายจังหวัดทีเดียวที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาระดับชาติ หรือระดับนานาชาติมาแล้วปัจจุบันสภาพหลายๆสนามก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม มีการใช้ที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน

หลายประเทศที่พลาดกันมาแล้ว ก็เพราะ “ไม่คิดให้เป็นยุทธศาสตร์” นี่ล่ะครับ ยุทธศาสตร์ที่ว่าเราสามารถแบ่งออกเป็นสองแบบนะครับ “ยุทธศาสตร์เพื่อไปชิงความเป็นเจ้าภาพมาให้ได้” และ “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด”

“ยุทธศาสตร์เพื่อไปชิงความเป็นเจ้าภาพ” นั้นเป็นเรื่องที่ต้องเน้นไปในเรื่อง การล็อบบี้ การเสนอผลประโยชน์ ทั้งเพื่อองค์กรที่เป็นผู้ตัดสินคัดเลือกและทั้งส่วนตัวกรรมการ เรื่องนี้ผมไม่ห่วง คนไทยเก่งกันมากอยู่แล้ว หลายงานใหญ่ระดับนานาชาติที่มาจัดในไทยก็เพราะคนไทยเราเก่งเรื่องนี้ล่ะครับ

แต่เรื่องที่ผมห่วงก็คือ “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด” ที่ต้องห่วงก็เพราะ ทรัพยากรของทุกประเทศมีอย่างจำกัด เช่น เงิน กำลังคนและเวลาในการทำงาน การเลือกทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดตามลำดับ ก่อนหลัง จึงเป็นสิ่งที่เราต้องคิดและวิเคราะห์ให้รอบคอบ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา (อย่างถาวร) เช่นประเทศไทย

เวลาที่คณะกรรมการโอลิมปิคสากล (ไอโอซี) เขาจะตัดสินว่าประเทศใดประเทศหนึ่งพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคหรือไม่ เขาจะมีตารางรายการเพื่อตรวจสอบและให้คะแนน เช่น ความพร้อมของสนามแข่งขัน ความพร้อมของหมู่บ้านนักกีฬา ความพร้อมระบบสาธารณูปโภค อาทิ ถนน หนทาง สภาวะสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนของภาครัฐ และการสนับสนุนของภาคประชาชน มีซักประมาณ 10 กว่ารายการเห็นจะได้

หลักการคิด ก็คือ โอลิมปิค คือกีฬาแห่งความเป็นเลิศ ดังนั้นสนามแข่งขันและที่พักของนักกีฬาจะต้องสมบูรณ์ เพื่อสามารถส่งเสริมให้นักกีฬาที่ร่วมแข่งขันได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ ขณะที่ระบบสาธารณูปโภค ถนน หนทาง การติดต่อสื่อสาร สภาวะสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นไปในทางส่งเสริมศักยภาพนักกีฬามากกว่าทำลาย

ผู้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจะเป็นระดับเมือง เช่น ปักกิ่ง ลอนดอน ดังนั้น คำมั่นสัญญาจากรัฐบาลประเทศนั้นว่าจะสนับสนุนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง เพราะ “ไอโอซี” รู้ดีว่าการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคนั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุนแล้วโอกาสจัดงานให้สมบูรณ์นั้นยาก ซึ่งเรื่องนี้จะต่อเนื่องกับการสนับสนุนของประชาชนในเมืองและประเทศนั้นๆ ต้องทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเลยนะครับว่าสนับสนุนให้เมือง หรือประเทศนั้นเป็นเจ้าภาพหรือไม่? ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ซึ่งเหตุผลหลักที่ประชาชนเขาจะคัดค้านกันก็มักจะเป็นเรื่องการใช้งบประมาณมหาศาล ในการจัดการแข่งขันนี่ล่ะครับ ต่อให้เมืองนั้นพร้อมแค่ไหนก็จะไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพครับ เพราะไอโอซี รู้ดีว่าถ้ามีการประท้วงของประชาชนนั้นจะกระทบต่อ “ภาพลักษณ์” ของ โอลิมปิค แค่ไหน

ก่อนหน้าที่ “เมืองลอสแองเจลลิส” จะเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคในปี 1984 นั้น เมืองเจ้าภาพก่อนหน้านั้นล้วนแต่ประสบปัญหาการขาดทุนจากการจัดทั้งสิ้น เพราะทุกเมืองต่างคิดว่า คนจะหลั่งไหลมาดูกีฬา การขายบัตรเข้าชม ของที่ระลึก อาหารการกินและการท่องเที่ยวจะบูมตามมา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่จริงหรอกครับ เพราะพอมีมหกรรมอะไรที่ใหญ่ขนาดนี้ ห้องพักก็จะขึ้นราคา ทุกอย่างก็จะแพงไปหมด นักท่องเที่ยวก็จะหนีกันหมด ไม่มาเที่ยวกันตามเป้าที่ตั้งไว้

ในขณะเดียวกัน ไม่มีเมืองไหนหรอกครับที่จะมีสนามกีฬาที่สมบูรณ์แบบสำหรับกีฬานับร้อยรายการ พร้อมที่พักนักกีฬานับหมื่นๆคนซึ่งต้องอยู่ใกล้กันด้วย การเดินทางก็ต้องสะดวก และควรเดินทางถึงสนามแข่งขันภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น ไม่เกินครึ่งชั่วโมง นั่นหมายความว่าเมืองที่เสนอตัวส่วนใหญ่ก็ต้องลงทุนสร้างสนามกีฬาใหม่ หมู่บ้านนักกีฬาใหม่ ถนนหนทาง และอื่นๆอีกมากมาย ลงทุนกันนับเป็นแสนล้านทั้งนั้นล่ะครับ ผลลัพธ์ก็คือ “ขาดทุน” กันมหาศาล

แต่คณะผู้จัดของเมืองลอสแองเจลลิส เขามี “ยุทธศาสตร์ในการคิดที่แตกต่าง” ออกไป เพราะเขารู้ว่าถ้ามุ่งหวังแต่รายได้จาก “คนที่เดินทางมาชมเกมส์” แล้วล่ะก้อ เจ๊งแน่นอน เขาก็เลย “ยกเกมส์ไปให้ดูถึงบ้านแล้วตามมาเก็บตังค์ถึงที่บ้านเราเลย”  โอลิมปิคที่ลอสแองเจลลิส จึงเน้นความสำคัญของ “ธุรกิจการถ่ายทอดสดการแข่งขัน” และสามารถสร้างรายได้จากการถ่ายทอดสดจนทำให้ไม่ขาดทุนและกลายเป็น “ต้นแบบ” ของการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค ยุคต่อๆมา

นี่เป็นตัวอย่างแรกของประโยน์ของการมียุทธศาสตร์ในการคิด ปัจจุบันท่านผู้อ่านอาจคิดว่า ยุทธศาสตร์นี้ธรรมดาใช่ไหมครับ แต่สมัยโน้นคิดกันไม่ออกนะครับ เจ๊งกันไปหลายเมืองแล้ว

ครั้งต่อไป มาว่ากันต่อเรื่อง “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด” นะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow