ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 79 แก้ล็อตเตอรี่แพงด้วย ม.44

0
64

เคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างมั้ยครับว่าทำไมปัญหาการขายล็อตเตอรี่เกินราคาถึงไม่มีใครแก้ได้ซักที?

ในแต่ละงวดสำนักงานสลากฯพิมพ์ล็อตเตอรี่ออกมาขาย 74  ล้านฉบับๆละ 40  หรือ 37 ล้านคู่ๆละ 80  บาท โดยมีการกำหนดว่าจะแบ่งรายได้อย่างชัดเจนคือ  60 เปอร์เซ็นต์แบ่งเป็นรางวัล 28 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้ “แผ่นดิน”  ส่งเข้าคลัง สำนักงานสลากฯได้ 3 เปอร์เซ็นต์เป็นค่าบริหารจัดการ และอีก 7 ถึง 9 เปอร์เซ็นต์ เป็นส่วนลดที่ผู้จัดจำหน่ายทุกทอดได้รับไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นล็อตเตอรี่ปรกติหรือล็อตเตอรี่การกุศล

ลองเอาส่วนลด 7 ถึง 9 เปอร์เซ็นต์คูณกับจำนวนสลาก 37 ล้านคู่ ก็จะได้ส่วนต่างงวดละ 207 ถึง 266  ล้านบาท ต่องวดหรือ 4,973 ถึง  6,394 ล้านบาท ต่อปี นี่แค่ส่วนต่างที่ผู้แทนจำหน่ายได้จากการขายล็อตเตอรี่ตามราคานะ ครับ ถ้าขายสลากเกินราคาอีกคู่ละ 30 บาทเป็นคู่ละ 110 บาท ตัวแทนทั้งหลายก็จะมีรายได้ส่วนต่างเพิ่มขึ้นอีก งวดละ 1,100  ล้านบาทหรือ 26,640 ล้านบาทต่อปี รวมรายได้ส่วนต่างทั้งส่วนลดและส่วนต่างที่ได้จากการขาย ล็อตเตอรี่เกินราคา ปีหนึ่งๆก็ 30,000 ล้านบาทขึ้นไป

ส่วนต่างมหาศาลตรงนี้แหล่ะครับที่ทำให้ การรวมเล่มล็อตเตอรี่ทำได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทำให้เกิดการขนคนมาจากต่างจังหวัดมาขายล็อตเตอรี่กันเป็นกระบวนการและที่สำคัญทำให้คนที่มาเป็นรัฐมนตรีคลังที่กำกับดูแลและ ประธานกรรมการสำนักงานสลากฯ แก้ปัญหานี้ไม่ได้สักที ข้ออ้างการไม่แก้ปัญหาก็สุดแท้แต่จะยกขึ้นมา เช่น เดี๋ยวกระทบรางวัลเพราะต้องขายให้หมด เดี๋ยวกระทบคนพิการ เงิน 30,000 ล้านบาทต่อปีนี่มากเกินพอที่จะทำให้ คนหลายคนยอมโดนด่าว่าไม่เก่งแก้ปัญหาแค่นี้ก็ไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครหน้าหนาพอจะไปตำหนิพวกเขา ได้ทุกวัน และที่สำคัญเงินก้อนนี้ใหญ่มากพอที่จะแบ่งๆกันโดยไม่มีใครกล้าอยากจะแฉใคร

สิ่งที่ประธานกรรมการและคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ ที่นายกฯเลือกมาเป็นพิเศษเพราะมาตามอำนาจพิเศษ ม.44 แก้ไขปัญหาล็อตเตอรี่เกินราคานี่คือเขาลดการนำส่งรายได้ “เข้ารัฐ”  จาก 28  ลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์คิดเป็น เม็ดเงินที่พวกเขาล้วงออกไปจาก “คลังของแผ่นดิน” ปีละ 5,683  ล้านบาท เอาไปลดให้กับคนขายให้รวยเพิ่มขึ้น อย่างถูกกฎหมายอีก 5  เปอร์เซ็นต์หรือปีละ 3,552 ล้านบาทและเอาไปบริหารจัดการกันเองผ่านกองทุน สำนักงานสลากกินแบ่งฯ อีก 3 เปอร์เซ็นต์หรือปีละ 2,131 ล้านบาท

ใครจะดีใจที่เราแก้ปัญหาล็อตเตอรี่เกินราคาด้วยการเพิ่มส่วนลดให้คนขายปีละ 5,683 ล้านบาทเพิ่มให้จากเดิม ที่เขามีส่วนต่างปีละมากกว่า 30,000 ล้านบาทและยังเอาเงินที่ควรจะเข้าสู่ระบบการคลังที่มีกระบวน การตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างเข้มงวดไปให้ใครก็ไม่รู้บริการกันเองอีกปีละ 2,131 ล้านบาท ก็ตามใจแต่ผม “เศร้าใจ เสียใจ สลดใจและอนาถใจ” ที่รัฐบาลที่ผมคาดหวังว่าจะมีฝีมือ มีมือที่สะอาดและสามารถกวาดล้าง คนเลว กลับทำได้แค่นี้ ส่วนการสร้างวัฒนธรรมให้ซื้อล็อตเตอรี่ตามราคาที่ถูกกฎหมายแต่ต้องทิปและ การคิดให้มีรางวัลเลขสามตัวหน้าขึ้นมาอีกเพื่อช่วยเสริมการแก้ปัญหาล็อตเตอรี่เกินราคานี่ ขอบอกว่าไม่มีคำพูด ที่เหมาะสมที่จะวิจารณ์จริงๆครับ

อาทิตย์หน้าจะมาเขียนต่อว่าประเทศ AEC รอบบ้านเราเขาแก้ปัญหาล็อตเตอรี่เกินราคากันอย่างไร?

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow