ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 70 รอวันน้ำมันหมด

0
93

พุธที่แล้ว ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องเขตเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ว่า ช้า เชยและเฉิ่ม เพราะกว่าจะเริ่มได้ประเทศอื่น เขาทำกันไปถึงไหนต่อไหน ข้อมูลเรื่องสิทธิพิเศษที่คนอื่นเขาให้เราก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำยังปล่อยให้มีการเก็งกำไรที่ดิน ทั้งที่มาเลเซียเขาก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว พุธนี้ผมจะมาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม

การที่ไทยเราไปกำหนดเขตเศรษฐกิจ 5 จุดตามแนวชายแดนเช่น ตาก มุกดาหาร สงขลา สระแก้วและตราด ทั้งหมดนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือ กนพ. นั้นเอาเรื่องการค้า ชายแดนมาผูกติดกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงการที่ไทยเราขาดยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ พอไม่มี ยุทธศาสตร์การวางตำแหน่งเขตเศรษฐกิจทั้งในแง่ทำเลที่ตั้งและประเภทอุตสาหกรรมที่จะเชิญชวนคนมาลงทุนก็ เลยขาดความชัดเจนไปด้วย

กัมพูชามียุทธศาสตร์ที่จะใช้ท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวในประเทศที่สีหนุวิลล์เป็นจุดขายในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเขา และก็ได้ผลเพราะทั้งญี่ปุ่นและจีนต่างก็มาลงทุนสร้างเขตเศรษฐกิจ พิเศษ แข่งกันอยู่ในจังหวัดนี้ ที่น่าสนใจก็คือปัจจัยที่ดึงดูดให้บริษัทจากจีนนับร้อยบริษัทแห่มาลงทุน ในเขตเศรษฐกิจ พิเศษที่นี่นอกจากจะเป็นเรื่องใกล้ท่าเรือน้ำลึก ค่าเช่าที่ถูก ค่าแรงที่ถูก สิทธิเรื่องภาษีนำเข้า สิทธิพิเศษด้านภาษี นิติบุคคลและสิทธิประโยชน์ทางภาษี GSP

สรุปง่ายๆก็คือไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจที่สีหนุวิลล์เวลานี้ต้นทุนถูก กว่าในทุกด้านภาษีก็เสียน้อยกว่า มิหนำซ้ำ การส่งออกก็ได้รับสิทธิพิเศษอีกด้วย ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ไทยเราสู้ไม่ได้ เลย ต่อให้ห่างท่าเรือออกมาทางเกาะกง ก็ตาม ผมเลยยังนึกไม่ออกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จังหวัดตราดนั้นจะเอาอะไรไปสู้เขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ และเกาะกง

เรื่องยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการลงทุนก็เช่นกันต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เมื่อประเทศไม่มี ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนการส่งเสริมการลงทุนก็สะเปะสะปะตามไปด้วย ท่านนายกฯซึ่งเป็นทั้งประธานบีโอไอและ กนพ. เคยตั้งคำถามกับบีโอไอบ้างหรือเปล่าครับว่า เวลาบีโอไอบอกว่าส่งเสริมการลงทุนทะลุเป้าแต่ทำไม เศรษฐกิจไทยไม่เห็นโต? ทำไมอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตสินค้าที่โลกต้องการซื้อเขาเลือกไปลงทุนที่ประเทศ เพื่อนบ้าน และที่สำคัญมูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่กับไทยเปรียบเทียบกับสิทธิพิเศษด้านภาษีที่เรายกเว้นให้บริษัทที่ได้รับ การส่งเสริมนั้นอะไรมากกว่ากัน การถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นไทยเราได้รับมากน้อยแค่ไหนหรือได้รับแต่ค่าแรง?

เวลาเห็นบริษัทที่ผลิตสินค้าไฮเทคเช่น สมาร์ทโฟนและสินค้าไอทีต่างๆ จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและจีนหลั่งไหล เข้าไปลงทุนในเวียดนามแทนที่จะเป็นประเทศไทย เราตอบได้ไหมว่าทำไม? เวลาเห็นผู้ว่าซีอีโอของเมืองที่มี เขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามสามารถพูดคุยต่อรองกับนักลงทุนต่างชาติได้แบบจบที่ผู้ว่าได้เลย แถมผู้ว่าฯ ยังมีงบไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมตามที่นักลงทุนขอหรือมีงบฝึกอบรมคนงานให้มีทักษะพร้อมทำ งานให้บริษัทไอทีเหล่านั้นทันที เรารู้สึกอะไรมั้ยครับ? และตอนที่ผู้ว่าเวียดนามเจรจาเรียกร้องให้ซัมซุงซึ่งตอนนี้ ใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตใหญ่ต้องปรับกระบวนการผลิตให้มูลค่าเพิ่มตกอยู่กับเวียดนามมากขึ้น เรารู้สึกมั้ย ครับว่าไทยเราก็ควรทำแบบเดียวกัน? ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ยุทธศาสตร์ประเทศครับ ยุทธศาสตร์ประเทศดีซะอย่างทุกอย่างดีตาม ขาดยุทธศาสตร์ก็เหมือน ขับรถแต่ไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน ขับไปเรื่อย รอวันน้ำมันหมด

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow