ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 68 ปีใหม่เริ่มกันใหม่

0
85

พุธที่แล้วผมบอกว่าไทยเรามีฝันยิบฝันย่อยฝันเยอะจนถ้าประเทศเป็นเรือก็คงจะแล่นไปอย่างไร้ทิศทางเคว้งคว้าง อย่างที่เคย วันนี้ผมจะมาบอกต่อว่าปัญหาหลักอีกประการของไทยก็คือเราไม่มียุทธศาสตร์ประเทศที่ดี ซึ่งเป็น ยุทธศาสตร์ที่เมื่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอ่านแล้วจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และสิ่งที่เราต้องทำนั้นจะไปเสริมหรือสอดรับกับสิ่งที่หน่วยงานอื่นๆต้องทำอย่างไร

ถ้าเป็นภาคเอกชน เวลาไม่มียุทธศาสตร์ที่ดี ผลที่เกิดขึ้นจะกระทบชัดเจนรุนแรง คนเป็นเจ้าของรู้ได้ทันที ฝ่ายจัดการรู้ได้ทันทีและต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่พอเป็นภาครัฐ ความเป็นเจ้าของขาดความชัดเจน ฝ่ายจัดการซึ่งหมายถึงคณะรัฐมนตรี กระทรวงทบวงกรมต่างๆ ต่างก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความรับผิดชอบของตัวเอง

ลองคิดดูสิครับ 5  ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดใน AEC ปีล่าสุด 2557 เราก็น่าจะโต ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ต่ำที่สุดอีกแล้ว เราเคยเห็นรัฐมนตรีหรือข้าราชการหรือเทคโนแครตออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเขาวางยุทธศาสตร์หรือบริหารผิดพลาดบ้างมั้ยครับ? หรือเรื่องการส่งออกที่ปีนี้เราส่งออกลดลง ต่อเนื่องมาสองปีแล้ว เราเห็นใครแอ่นอกออกมาแสดงความรับผิดชอบมั้ยครับ?

ที่ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่พวกเขาไม่มีความรับผิดชอบหรอกนะครับ แต่เพราะเราไม่มี ยุทธศาสตร์ที่ดีพอที่จะทำให้ฝ่ายบริหารรู้ว่าเขาต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ถ้าประเทศไทยเป็นบริษัทแล้วบริหาร กันแบบนี้เคยคิดกันบ้างมั้ยครับว่าจะมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายวางแผนโดนไล่ออก ไปกี่คนแล้ว ใครบ้าง?

สิ่งที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายวางแผนของไทยถนัดที่สุดคือการหาคำอธิบายที่ทำให้ตนเองดูดี ไม่ต้องรับผิด คำอธิบาย พวกนี้ก็เช่นเพราะการเมืองแตกแยก เศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเราไม่ดี อธิบายเสร็จก็จะวาดฝันให้ คนไทยสบายใจว่าปีหน้าจะดีกว่านี้ พวกเราก็สบายใจกันไป ที่น่ากังวลที่สุดก็คือวันนี้ไทยเรายังไม่รู้ตัวว่าเรากำลัง ถอยหลังลงคลองเพราะเราขาดยุทธศาสตร์ที่ดี ไม่ใช่เพราะเหตุผลต่างๆที่ชอบอ้างกัน เมื่อขาดยุทธศาสตร์ระดับ ชาติที่ดี ยุทธศาสตร์ระดับรองลงมาเช่นระดับกระทรวง ระดับกรมก็เลยพลอยไม่ดีไปด้วย ไม่ดีไม่พอแต่ซ้ำยัง ไม่บูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ทำให้หน่วยราชการไทย ทำงานแบบไม่บูรณาการกัน

เวียดนามประกาศส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเขาเติบโต อย่างรวดเร็วและเขามีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ส่วนไทยเรา 5 ปีที่ผ่านมานอกจากเศรษฐกิจเราจะโตน้อยกว่าเขาแล้ว พื้นที่ป่ายังหายไปปีละนับล้านไร่ เวียดนามประกาศส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคที่โลกต้องการซื้อ วันนี้บริษัทระดับโลกจาก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ จีน ต่างเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ส่งผลให้การส่งออกของเขา เติบโตมากกว่า 15  เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 ขณะที่ไทยเราบอกเศรษฐกิจโลกไม่ดี เราเลยส่งออกติดลบ ปี  2557 การส่งออกของเวียดนามก็จะเติบโตต่อเนื่องอีก ขณะที่เราส่งออกติดลบต่อเนื่องอีก ทั้งๆที่บีโอไอประกาศว่า การส่งเสริมการลงทุนทำได้ตามเป้า ทำไมเป็นเช่นนี้ อธิบายอย่างไรครับ บูรณาการกันมั้ยครับ?

การสร้างรถไฟรางคู่ก็เหมือนกัน ประเทศที่มียุทธศาสตร์ที่ดีเขาจะรู้ว่าเขาจะพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องให้เป็นอะไร เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นศูนย์การค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและประโยชน์ที่เกิดขึ้น จะต้องพยายามเก็บไว้กับภาครัฐให้ได้มากที่สุดเพื่อไปลดภาระจากการลงทุนก่อสร้างรถไฟ บางประเทศเช่น มาเลเซียเขาฉลาดพอที่จะออกกฎหมายห้ามการเก็งกำไรที่ดินในเขตที่รัฐบาลกำลังจะลงไปพัฒนา เพราะเขารู้ว่า ถ้าปล่อยให้มีการเก็งกำไรราคาที่ดินได้จะทำให้ต้นทุนการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นแพงขึ้นไปอีก โอกาสที่จะสำเร็จ ก็จะน้อยลง แทนเราจะถกเถียงกันเรื่องเหล่านี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรากลับมาเถียงกันว่าจะกู้เงินจากใน หรือนอกประเทศดี วันนี้เรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่และเต็มไปด้วยทหารที่ควรจะรู้ว่ายุทธศาสตร์ที่ดีคืออะไร แต่ถ้ายังทำอะไรไม่ได้อีก ยังอ้างเศรษฐกิจโลกอยู่อีก ผมว่าอนาคตประเทศไทยนี่ต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow