ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 48 สร้างรถไฟความเร็วสูงให้มีกำไร

0
69

พุธที่แล้ว ผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่ารถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลคิดจะสร้าง เช่นสายกรุงเทพเชียงใหม่นั้น แม้ว่าจะมีผู้โดยสารจะใช้กัน 9 ล้านคนเที่ยวปีและเก็บค่าโดยสารคนละ 1,862 บาทต่อเที่ยวนั้น ค่าโดยสาร ที่เก็บได้ทั้งหมดจะยังไม่ถึง 40  เปอร์เซ็นต์ของค่าลงทุนก่อสร้างเกือบๆ 400,000 ล้านบาท

ในการนำเสนอของรัฐบาลนั้น รัฐบาลเน้นว่าอย่าไปดูเฉพาะเรื่องค่าโดยสารแต่ขอให้ดูผลประโยชน์ทางอ้อม เช่น การประหยัดพลังงาน การลดการเกิดอุบัติเหตุ การขนผักสดขนไข่ไก่จากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ รวมๆกันแล้ว รัฐบาลบอกคุ้มที่จะสร้าง ก็จริงนะครับที่รัฐบาลเขาบอก เพราะเวลาที่จะลงทุนในโครงการอะไรก็ตามรัฐบาลควร จะคิดถึงผลทางบวกด้านอื่นๆที่มีต่อสังคม นอกเหนือไปจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นโดยตรง

แต่ที่รัฐบาลควรจะบอกประชาชนอีกด้วยก็คือประเทศอื่นๆ เวลาเขาสร้างรถไฟความเร็วจะสูงหรือไม่ก็ตามนั้น รัฐบาลหรือการรถไฟประเทศนั้นๆเขาจะจะพยายามเก็บเอามูลค่าที่เพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์ตามทางรถไฟและสถานีต่างๆมาชดเชยผลขาดทุนการลงทุนในการสร้างรถไฟสายนั้นๆ

ขอยกตัวอย่างการสร้างแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรสของฮ่องกงที่มีการประเมินกันว่าเป็นโครงการสร้างรถไฟเชื่อมสนามบินกับเมืองที่ดีที่สุดโครงการหนึ่งของโลกให้ดูกันนะครับ

เรื่องแรกที่เราควรเรียนรู้จากฮ่องกงก็คือ การสร้างสถานีรถไฟนั้นจะต้องเชื่อมโยงกับการขนส่งระบบอื่นๆอย่าง สมบูรณ์เช่นระบบรถไฟใต้ดิน แท็กซี่ รถเมล์ เพราะการนั่งรถสาธารณะเช่นรถไฟนั้น พอเรานั่งไปถึงสถานี ปลายทางสิ่งแรกที่เรามองหาคือเราจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายของเราอย่างไร? ถ้าการเดินทางต่อจากสถานี ปลายทางนั้นไม่มีระบบขนส่งสาธารณะมารองรับ ภาพที่จะเกิดขึ้นก็จะเหมือนภาพสถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์ บ้านเรานั่นล่ะครับ

เรื่องที่สองก็คือที่สถานีปลายทางของแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรสฝั่งเกาลูนนั้น เขาสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ซึ่งผม คิดว่าใหญ่กว่าพารากอนในบ้านเราเสียอีก สร้างตึกศูนย์กลางการค้านานาชาติสูงเป็นร้อยชั้นไว้แข่งกับตึก ศูนย์กลางการเงินนานาชาติของฝั่งฮ่องกง บนชั้นร้อยกว่าๆขึ้นไปเขาก็ทำให้เป็นโรงแรมหกดาวไว้คอยรองรับ นักธุรกิจระดับโลกและนักท่องเที่ยว แต่โรงแรมเดียวอาจจะไม่พอรองรับเขาก็เลยสร้างโรงแรมแบบบูทิคหกดาว อีกหนึ่งโรง ยังไม่หมดแค่นั้นนะครับ ฮ่องกงเขายังสร้างคอนโดมิเนียมอีกเกือบสิบตึกสูงลิบในบริเวณเดียวกัน บนชั้นดาดฟ้าของศูนย์การค้าที่ว่าเขาก็ลงทุนทำร้านอาหารเก๋ๆ ไว้ให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจกัน

โครงการทั้งหมดที่ผมเขียนถึงไปนั้นองค์การรถไฟฟ้าฮ่องกงมีหุ้นอยู่ทุกโครงการเลยนะครับ เพราะฉะนั้นกำไร จากโครงการทั้งหลายเหล่านี้ก็จะเป็นรายได้สำคัญที่เอามาชดเชยค่าก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าซึ่งสูงมากทำให้คิด ค่าโดยสารถูกๆได้ แต่ในเมืองไทยเรามีใครเคยได้ยินมั้ยครับว่ารัฐบาลหรือรถไฟไทยได้เตรียมการทำเรื่องอะไร แบบนี้เพื่อลดการขาดทุนของโครงการบ้าง? ไม่มีใครพูดหรอกครับเรื่องแบบนี้ เพราะโครงการแบบนี้น่ะ เงินทั้งนั้น นักการเมืองมือยาวกับนักธุรกิจมือยาวเขาร่วมมือกันเก็บเงียบไว้กินรวบกันเองเท่านั้น

ที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ตรงนี้ให้ชัดเจนก็คือ แม้ว่าการวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเอากำไรมาชดเชย การขาดทุนจากการลงทุนสร้างรถไฟจะเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือประเทศ ที่เขาฉลาดๆ เขาจะวางแผนพัฒนาเมืองให้ดีเสียก่อนแล้วเขาจึงค่อยวางแผนสร้างรถไฟนะครับ อย่างที่ฮ่องกง ตรงสถานีแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส ฝั่งเกาลูนนั้น ตอนนี้เขากำลังเร่งก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกับเมืองใหญ่ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะทำให้ฮ่องกงมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่วางตำแหน่งของตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการค้าการเงินของเอเชียและประตูเชื่อมจีนแผ่นดินใหญ่

ตำแหน่งของประเทศบนแผนที่การแข่งขันโลกนี่แหล่ะครับที่ต้องเป็นตัวกำหนดเส้นทางรถไฟทั้งสำหรับ ขนคนและขนของ เพราะตำแหน่งของประเทศจะบอกว่าเราควรจะมีแผนพัฒนาเมืองแบบไหน เมืองไหนของ ประเทศ จะทำอะไรบ้าง รถไฟทั้งหลายจะมาเสริมการพัฒนาเมืองอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

คำถามที่ต้องการคำตอบอย่างยิ่งจากรัฐบาลในเวลานี้จึงไม่ใช่ว่าเราต้องการรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ แต่เป็นคำถามที่ว่าตำแหน่งของประเทศไทยบนแผนที่การแข่งขันโลกอยู่ตรงไหนครับ?

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow