ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 35 ถ้า KPI ไม่ดี ประเทศจะดีได้อย่างไร?

0
80

การที่ไทยเราไม่มี KPI ที่ดี ทำให้เราเสียเวลาอันมีค่าไปสองวันกับการแถลงผลงานของรัฐบาล และการอภิปรายของฝ่ายค้านที่ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศขึ้นมาเลย

ท่านผู้อ่านลองไปดูเว็ปไซท์ของ PEMANDU ดูนะครับว่ารัฐบาลมาเลเซียเขากำหนด KPI อย่างไร ทำไมวันนี้เขาจึงพัฒนาแซงหน้าเราไปแล้ว มาเลเซียเขาเปิดเผยตั้งแต่การตั้ง KPI ( Key Performance Index) หรือตัวชี้วัดที่สำคัญของประเทศก่อนนะครับว่า ในแต่ละปี ประเทศเขามีเป้าหมายจะพัฒนาไปอย่างไร? จาก “KPI ระดับประเทศ” มาเลเซียเขาก็จะแปลงให้เป็น “KPI ระดับกระทรวง” สำหรับรัฐมนตรีแต่ละคน ซึ่งก็ต้องเป็น หน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละคนที่จะต้องไปตั้ง KPI ให้ผู้บริหารหรือข้าราชการระดับรองๆลงมาเอาไปปฏิบัติงาน

พอทุกคนมี KPI ที่ชัดเจนการทำงานก็ชัดเจน การแถลงผลงานหรือเปิดเผยผลงานก็เลยชัดเจนไปด้วย รัฐบาลก็ไม่ต้องแถลงหรือฝ่ายค้านไม่ต้องคัดค้านกันแบบน้ำท่วมทุ่งในเมืองไทยเรา

ความจริงมาเลเซียเขาเปิดเผยตั้งแต่ยุทธศาสตร์ และมี Road Map ในแต่ละเรื่องที่เขาจะเดินไปเลยนะครับ ซึ่ง Road Map ที่ว่านี่ประชาชนเขาก็มีส่วนร่วมในการเขียน พอยุทธศาสตร์ Road Map  มี KPI  ชัดเจนทั้งระดับประเทศ และระดับรัฐมนตรี คนมาเลเซียก็เลยรู้ว่าเขาจะสามารถประเมินรัฐบาลและรัฐมนตรี ของเขาได้อย่างไรและจาก KPI  ตัวไหนบ้าง

ประเทศไทยเราที่รัฐบาลบอกว่าก็มี KPI เหมือนกันนั้น ผมว่าเป็น “KPI คนละสายพันธ์” กับมาเลเซียนะครับ เพราะ KPI ของเราเมื่อทำตามแล้วเราถือว่าบรรลุ KPI นั้นๆ เช่น KPI สำหรับกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริม การส่งออก คือ จำนวนครั้งในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือจำนวนครั้งในการจัดคณะเดินทาง ไปเจรจา การค้ากับคู่ค้า ในต่างประเทศ ถ้าจัดงานแสดงสินค้าหรือเดินทางต่างประเทศครบจำนวนครั้งที่ตั้งเป้าเอาไว้ถือว่า KPI นั้นผ่าน ส่วนยอดส่งออกที่เป็นผลที่ได้รับจากแต่ละกิจกรรมนั้นไม่ได้ตั้งเอาไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ กันแล้วนะครับถ้าการทำงานของกระทรวงพาณิชย์นั้น KPI ผ่านทุกตัวแต่ยอดส่งออกไม่ถึงเป้า

แต่ในประเทศอื่น KPI ที่ตั้งนั้นมันจะต้องส่งผลถึงเป้าหมายสุดท้ายด้วย ไม่ใช่นับกันแค่จำนวนครั้งของกิจกรรม ที่จัดแล้วบอกว่า KPI ผ่านแล้ว ที่สำคัญที่สุดถ้าบรรลุ KPI ที่ตั้งเอาไว้ ประเทศก็จะต้องก้าวหน้าไปตามยุทธศาสตร์ ที่วางเอาไว้ได้

ที่มาเลเซีย เมื่อเขามียุทธศาสตร์และกำหนด KPI แล้ว เขายังไปเอาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จากต่างประเทศมา “ตรวจทาน” อีกทีว่า การตั้ง KPI แบบที่เขาตั้งอยู่นี้มันวัดได้จริงหรือไม่? เมื่อบรรลุ KPI แล้ว ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาจะสามารถ ทำให้มาเลเซียพัฒนาไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้หรือไม่?

หัวใจของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า ประเทศที่จะพัฒนาได้เร็วต้องมี “ยุทธศาสตร์ที่ดี” ที่ทำให้ทุกคนในประเทศรู้ว่าเรา กำลังเดินไปทางไหน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นช่วยส่งเสริมและสอดคล้องกับทิศทางที่ประเทศ กำลังเดินหน้า ไปหรือไม่ ขณะที่ “KPI ที่ดี” ทำให้หน่วยงานหรือคนที่รับผิดชอบในแต่ละภาระกิจรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเอง จะต้องทำและรู้ว่าการวัดผลจะวัดที่ไหนและอย่างไร สุดท้ายเมื่อทุกคนทำจนบรรลุ KPI ดังกล่าว ประเทศก็จะเดินหน้า ไปถึงตำแหน่งที่วางยุทธศาสตร์เอาไว้ได้

ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานและธรรมดาที่สุดที่ภาคเอกชนเขาทำกันมานานแล้ว เพราะภาคเอกชนนั้นความเป็นเจ้าของมีชัดเจนจึงทำให้เจ้าของพยายามสร้างระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้การใช้เงินทุกบาทมีความคุ้มค่ามากที่สุด

ตราบใดที่รัฐบาลและภาครัฐยังไม่ตระหนักถึงแนวคิด “ความเป็นเจ้าของและเงินทองเป็นของมีค่า” แบบภาคเอกชนแล้ว เราคงยังไม่มีโอกาสเห็นการกำหนดยุทธศาสตร์และ KPI ที่ดี ในเมืองไทยครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow