ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 27 ยุทธศาสตร์ฮับของสิงคโปร์ (2)

0
88

ทราบมั้ยครับว่าประเทศเดียวที่สิงคโปร์มองว่าต้องแข่งขันด้วยในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ไทย แต่เป็นฮ่องกงครับ สิงคโปร์ถือว่าตัวเองว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียนมาโดยตลอดขณะที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลาง การค้าการลงทุนของเอเชีย

ขณะที่ฮ่องกงใช้ความเป็นประตูไปสู่จีนแผ่นดินใหญ่เป็นจุดดึงดูดให้ธุรกิจระดับโลกมาทำธุรกิจ และลงทุนในฮ่องกง สิงคโปร์รู้ตัวดีว่าประเทศของตัวเองเล็กและแทบไม่มีทรัพยากรอะไรเลย นอกจาก “คน” สิงคโปร์จึงเน้นพัฒนาประเทศโดยให้ความสำคัญกับ “คน” และพัฒนาประเทศจนกระทั่งสิงคโปร์มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ด้านความโปร่งใสและความง่ายในการลงทุนทำธุรกิจ ติดอันดับต้นๆ ของโลก

เมื่อเปิด AEC สิงคโปร์มองเห็นว่าประเทศสมาชิกของ AEC จะเนื้อหอมและมีอนาคตเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นจึงเตรียมตัวเองเพื่อรักษาแชมป์การเป็นศูนย์กลางของ AEC เอาไว้ให้ได้จากการท้าชิงของประเทศอื่นๆ โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่วางตำแหน่งประเทศเป็นศูนย์กลางการเจรจาการค้าเสรีหรือ FTA เพื่อที่จะสร้างเสน่ห์ให้ธุรกิจต่างๆยังสนใจที่จะมาใช้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางลงทุนและทำธุรกิจต่อไป

ตอนนี้สิงคโปร์เจรจาการค้าเสรีครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลกและน่าจะเป็นประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีมากที่สุดในโลก แม้กระทั่งประเทศจีนซึ่งทางอาเซียนได้มีข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนแล้ว สิงคโปร์ก็ยังไปเจรจาการค้าเสรีกับจีนเพิ่มเติมพิเศษเฉพาะสิงคโปร์เองอีกด้วย

น่าสนใจนะครับว่าฮ่องกงที่พยายามสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงฮ่องกงกับเมืองใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา ฯลฯ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางระหว่างฮ่องกงกับจีน คล้ายๆ กับที่ประเทศไทยต้องการจะเป็นศูนย์กลางของ AEC ด้วยการเชื่อมโยงตัวเองกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ที่สร้างตัวเองเป็นศูนย์กลางการเจรจาการค้าเสรี ใครจะชนะใจธุรกิจระดับโลกได้มากกว่ากัน

ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์นักธุรกิจที่มาทำมาค้าขายทั้งในสิงคโปร์และฮ่องกงว่าระหว่างสามประเทศคือ สิงคโปร์ ฮ่องกงและไทย ประเทศไหนน่ามาทำธุรกิจและลงทุนที่สุด?

นักธุรกิจเกือบทั้งหมดที่ผมสัมภาษณ์ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมไปถึงความง่ายในการทำธุรกิจนั้นสิงคโปร์และฮ่องกงสูสีกันมาก แต่สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์มีภาษีดีกว่าฮ่องกงคือความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนสิงคโปร์เก่งกว่าครับ

ที่สำคัญโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์นั้นนอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสอนแล้ว ยังเปิดกว้างและเข้าง่ายกว่าสำหรับลูกๆของนักธุรกิจเหล่านั้นเมื่อเปรียบกับฮ่องกง

ความเห็นของนักธุรกิจเหล่านี้สอดคล้องกับจำนวนนักธุรกิจต่างชาติที่ลดลงในฮ่องกงสวนทางกับ ในสิงคโปร์ซึ่งเพิ่มมากขึ้น

เมื่อถามถึงไทย นักธุรกิจกลุ่มนี้บอกชอบเมืองไทยนะครับ แต่ชอบแบบเอาไว้มาเที่ยวเล่นพักผ่อนในวันหยุดมากกว่าจะมาทำงานที่เมืองไทยของเรา

เห็นมั้ยครับว่าการจะเป็นศูนย์กลางของ AEC อย่างที่ไทยเราอยากเป็นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เราคงจะต้องศึกษาประเทศที่เขาคิดได้ทำเป็นและต้องคิดอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้นกว่านี้

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow