ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 22 รอดูใจสภาพัฒน์ฯ

0
81

ได้ข่าว รมว.คมนาคม เตรียมส่งโครงการรถไฟความเร็วสูงให้สภาพัฒน์ฯพิจารณา โดยบอกว่าพร้อมจะปรับเปลี่ยนเส้นทางหากเห็นว่าไม่คุ้มทุน และไม่อยากให้พุ่งเป้าไปที่จุดคุ้มทุนและค่าโดยสารที่มีราคาสูง แต่อยากให้มองถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะเกิดตามมา

ผมว่าสภาพัฒน์ฯไม่ควรทำแค่ที่ รมว. คมนาคม อยากเห็น แต่ควรจะทำเพิ่มเติมดังนี้

          หนึ่ง วิเคราะห์สถานการณ์ให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นชัดๆหน่อยว่า จากนี้ไป 10  20 ปี เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ของ โลก เอเชีย AEC และไทยจะเป็นอย่างไร

          สอง วิเคราะห์ SWOT ของไทยอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยให้ประชาชนรู้หน่อยว่า สภาพัฒน์ฯมองประเทศไทยอย่างไร ตรงนี้สำคัญที่สุดเพราะถ้าเราทำ SWOT ได้ดี เราถึงจะบอกได้ว่าไทยควรจะสร้างตัวเองให้ไปยืนตรงจุดไหนบนแผนที่การแข่งขัน ของโลก ตำแหน่งที่ว่านั้นต้องเป็นตำแหน่งที่ไทยเราทำได้ดีกว่าคนอื่นและต้องสามารถ พัฒนาต่อเนื่องได้อีก

          สาม เอาโครงการทั้งหมดที่ไทยควรจะต้องลงทุนเพื่อให้ไทยสามารถไปยืนอยู่ตรง ตำแหน่งดังกล่าวได้จริงๆ มา     ”เรียงลำดับความสำคัญ” จากมากไปน้อย พร้อมใส่งบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องใช้ ทั้งนี้จะต้องรวมถึง การลงทุนด้านคน ทั้งในด้านการศึกษา จริยธรรมและสุขภาพ รวมไปถึงการยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐอีกด้วย

          สี่ ต้อง บอก “ความเชื่อมโยง” ระหว่างโครงการต่างๆที่เราจะต้องลงทุนหรือปฏิรูปได้ว่ามันจะส่งผลดีเสริม ซึ่งกันและกันอย่างไร ช่วงเวลาใดจึงจะเหมาะสม

          ห้า ต้องเอาข้อจำกัดด้านงบประมาณออกมาวางเปรียบเทียบกับงบที่เราต้องใช้ลงทุน โครงการทั้งหมดว่าไทยเรามีเม็ดเงินมากน้อยเพียงใด ขาดอีกเท่าไหร่

          หก เมื่อทุกภาพชัดเจนขึ้น เราก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง เอาเงินในหรือนอกงบประมาณมาทำ รัฐทำเองหรือให้เอกชนทำ หรือร่วมกันทำ

          การทำยุทธศาสตร์ประเทศแบบคลุมเครืออย่างที่กำลังทำกันอยู่นั้น ทำให้เราต้องเสียเวลาไปถกเถียงในประเด็นที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แทนที่เราจะเถียงกันว่าโครงการอะไรควรลงทุนก่อนหรือหลัง เพราะอะไร แทนที่เราจะมีโอกาสช่วยกันคิดว่ารถไฟความเร็วสูงควรสร้างเส้นไหนบ้างและ เมื่อไหร่ และรถไฟความเร็วสูงเส้นนั้นจะเชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆและตำแหน่งการแข่งขัน ของไทยอย่างไร แต่เรากลับต้องมานั่งเถียงกันว่า จะเอาเงินจากไหนมาสร้าง

          ผมเองคิดว่าถ้าสภาพัฒน์ทำข้อที่ หนึ่ง ถึง หก อย่างตรงไปตรงมา ก็จะเห็นว่าปัญหาหนักหนาที่สุดที่ไทยต้องเร่งลงทุนแก้ไขก่อนคือปัญหา คอร์รัปชั่น โครงสร้างพื้นฐานจะเยี่ยมแค่ไหนแต่ถ้ายังโกงกันอย่างนี้ ผมว่าไทยไปไม่รอด

          เราต้องเร่งลงทุนและเอาจริงเอาจังในแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้องสร้างกลไกที่สามารถจับคนโกงมาลงโทษได้ไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหน และต้องเร่งสร้างจิตสำนึกอย่างเร่งด่วนไม่ให้คนไทยยอมรับการโกง หรือมีทัศนคติผิดๆที่ว่า โกงก็ได้แต่ขอให้ทำงาน

ความหวังอยู่ที่สภาพัฒน์ฯนะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow