ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 21 Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก

0
105

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดงาน Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก ที่ศูนย์ราชการ รัฐบาลบอกว่ามี 3 ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง 3 คือ หนึ่ง ลดการขนส่งทางถนน บริหารการจัดส่งหลากหลายเส้นทาง สอง เชื่อมการเดินทาง เปิดประตูการค้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และสาม เพิ่มความคล่องตัวขนส่งสินค้า ประหยัดเวลาเดินทางผู้โดยสาร

รัฐบาลบอกจะเปลี่ยนรางเดี่ยวเป็นรางคู่อีก 2,857 กิโลเมตร ขนสินค้าได้มากกว่า 50 ล้านตัน และขนคนได้มากกว่า 75 ล้านคนต่อปี จาก 11 ล้านตันและ 45 ล้านคนต่อปี

ส่วนไฮสปีดเทรน ซึ่งจะสามารถวิ่งได้เร็วถึง 250 กม.ต่อชั่วโมง เราจะมีวิ่งผ่าน 21 จังหวัด และสามารถขนผู้โดยสารได้ 30 ล้านเที่ยวในปี 2565 รถไฟฟ้าใน กทม.จากที่มี 4 สายทาง 80 กม. ขนผู้โดยสารได้ 9 แสนคน-เที่ยวต่อวัน อีก 7 ปีเราจะมี 10 สายทาง 410 กม.และขนคนได้ 5.36 ล้านคน-เที่ยว ต่อวัน

นี่ยังไม่รวมการ ขยายทางหลวงแผ่นดิน ขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ เพิ่มสถานีขนส่งสินค้าและอีกหลายโครงการ

ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับว่า สิ่งที่กำลังจะสร้างกันนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะเราละเลยการลงทุนด้านโครงสร้างขั้นพื้นฐานจนเราล้าหลังประเทศคู่แข่งมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่าลืมนะครับว่าไม่ใช่เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวที่เราล้าหลัง เรื่องการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ การปฏิรูประบบราชการและการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น การบังคับใช้กฎหมาย ความยากง่ายและเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็สำคัญและต้องการการลงทุนเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นด้วย

ที่สำคัญทุกประเทศมีทรัพยากรจำกัด มีงบประมาณที่จำกัด หากไม่เก็บภาษีมาก็ต้องไปกู้ยืมหรือเชิญชวนเอกชนมาร่วมลงทุน ดังนั้น เราจึงควรเรียงลำดับโครงการทั้งหมดก่อนว่าอะไรสำคัญมากสำคัญน้อย โครงการไหนควรลงทุนก่อนหลัง เรื่องนี้ผมยังไม่เห็นรัฐบาลเรียงมาให้เห็นชัดๆ

เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลควรชี้แจงยุทธศาสตร์การลงทุนให้ชัดเจนว่าจะสร้างความต้องการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะลงทุนใหม่นี้อย่างไร? ไม่ใช่บอกว่าจะลงทุนสร้างๆๆๆ เดี๋ยวคนมาใช้เอง ไม่จริงหรอกนะครับ ระบบขนส่งทางราง ระบบขนส่งทางน้ำ ของเราก็ยังมีพอมีอยู่แต่ทำไมไม่มีการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ปัญหาอยู่ตรงไหน จะแก้อย่างไร  ระบบใหม่ที่กำลังจะลงทุนใครจะมาบริหารจัดการอย่างไร

รัฐบาลควรเปิดเผยด้วยว่ามียุทธศาสตร์ด้านภาษีและการบริหารจัดการอื่นๆ เพื่อจะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลาง AEC อย่างแท้จริงได้อย่างไร อย่าทำให้ประชาชนคิดว่าที่เรายังไม่เป็นศูนย์กลาง AEC เพียงเพราะเรายังขาดแค่รางรถไปและถนนเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะจริง

ประเด็นต่อมาการก่อสร้างทั้งหลายนอกจาก “ผลประโยชน์ใต้โต๊ะ” ที่ได้จากการรับเหมาโครงการต่างๆไปสร้างและบริหารแล้ว มันยังมีผลประโยชน์เรื่องมูลค่าที่ดินใกล้เคียงที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ต่อเนื่อง เรื่องแบบนี้เป็นเม็ดเงินมหาศาล ในต่างประเทศเขาจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นประชาชนรับรู้ว่าใครได้ประโยชน์อย่างไร และประโยชน์ดังกล่าวจะถูกนำมาชดเชยต้นทุนการก่อสร้างอย่างไร?

ประเด็นต่างๆเหล่านี้ผมยังไม่เคยได้ยินจากรัฐบาลชัดๆ และนี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะบอกรัฐบาลตลอดมาว่า นี่คือ “ยุทธศาสตร์ที่ขาดไป” ของรัฐบาล

การประกาศแค่จะสร้างๆๆๆ เพียงอย่างเดียวเรียกยุทธศาสตร์ไม่ได้ครับ

รัฐบาลจะกู้เงินมาลงทุน 2 ล้านล้านบาทเพื่อการนี้ โดยบอกว่าเป็น “การลงทุนของประชาชน…เพื่อประชาชน” การลงทุนน่ะเป็นของประชาชนแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมอยากให้มันเป็นการลงทุนเพื่อประชาชนด้วยครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow