ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 20 ยุทธศาสตร์การสร้าง “รถไฟขนคน”

0
73

สัปดาห์นี้ขอพูดเรื่องยุทธศาสตร์การสร้างรถไฟความเร็วสูงหน่อยนะครับ เพราะวันนี้เรารู้กันแต่ว่ารัฐบาลจะสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังสี่ภูมิภาค โดยที่เรายังไม่เคยได้ยินรัฐบาลบอกว่ามีแนวคิดในการก่อสร้างเป็นอย่างไร

การสร้างรถไฟเพื่อ “ขนคน” นั้น โดยธรรมชาติแล้ว เฉพาะค่าโดยสารนั้นไม่มีทางที่จะเพียงพอต่อการลงทุน หมายความว่าถ้าเก็บค่าโดยสารแพงคนก็จะไม่ขึ้น ถ้าเก็บค่าโดยสารถูกเงินที่เก็บได้ก็จะไม่คุ้มกับเม็ดเงินลงทุนที่ลงไป

ที่ได้ยินมาก็คือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไทยจะลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างและวางรางแล้วให้เอกชนมาลงทุนรับบริหารจัดการเฉพาะเรื่องการเดินรถ เพราะถ้าให้เอกชนลงทุนทั้งหมด ต้นทุนจะสูงมากทำให้ค่าโดยสารสูงตามและจะไม่มีผู้โดยสารมากพอที่จะเลี้ยงตัวเองในเชิงธุรกิจได้

คำถามที่น่าสนใจก็คือ แล้วทั่วโลกเขาแก้ปัญหานี้อย่างไรกันอย่างไร?

วิธีคิดแบบยุทธศาสตร์สำหรับรถไฟขนคนต้องคิดแบบนี้ครับ หนึ่ง ระบบต้องเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายสะดวกต่อการเดินทางไปได้ทุกทิศทาง สอง เวลาที่ใช้ในการเดินทางกับระบบรางนั้นต้องเร็วกว่าระบบอื่น และสาม ค่าใช้จ่ายโดยรวมต้องถูกกว่าระบบอื่นๆ

ข้อหนึ่งและข้อสองนั้น เราเห็นแล้วใช่มั้ยครับว่าเมืองไทยเราสอบตกมาโดยตลอด ล่าสุดสร้างแอร์พอร์ตลิ้งค์ ก็ลิ้งค์เฉพาะแอร์พอร์ตสมชื่อ แต่ไม่ลิ้งค์กับอะไรอีกเลย เวลาผ่านไปแถวนั้นเรามักจะเห็นนักท่องเที่ยวลากกระเป๋าเดินทางทุลักทุเลข้ามถนน ข้ามรางรถไฟเป็นที่อนาถใจยิ่งนัก แม้ค่าโดยสารจะคิดแบบยอมขาดทุนแต่ก็ยังไม่สามารถดึงให้คนไปใช้บริการได้เพราะความไม่สะดวกที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ นั่นล่ะครับ

ยุทธศาสตร์ของ “การขนคนโดยระบบราง” นั้นอยู่ที่การสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับที่ดินบริเวณนั้นๆครับ แล้วเอามูลค่าเพิ่มหรือกำไรจากตรงนั้นมา “อุดหนุน” การขาดทุนโดยธรรมชาติของการลงทุนนั้นๆ

ยกตัวอย่างที่ฮ่องกงก็ได้ครับ ใกล้ตัวและชัดเจนดี หลายท่านคงเคยใช้บริการ “แอร์พอร์ตเอ็กเพรส” ซึ่งเป็นรถไฟด่วนเชื่อมโยงสนามบินกับสองจุดสำคัญคือสถานีฝั่งฮ่องกงและเกาลูนกับสนามบินฮ่องกง

ลองดูที่ฝั่งเกาลูนกันนะครับ ที่ดินของเขาแพงมหาศาลกว่าบ้านเรามาก อยู่ดีๆ จะไปทำสถานีรถไฟใจกลางเมืองนั้นต้องใช้ทุนมหาศาล ยังไงก็ต้องขาดทุน ฮ่องกงเลยวางแผนที่จะสร้างเป็นศูนย์กลาง 4 ศูนย์ด้วยกันครับ คือ หนึ่ง ศูนย์กลางที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ศุนย์กลางธุรกิจ ซึ่งรวมถึง ตึกศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ โรงแรมระดับหกดาวอีกสองแห่ง และสี่ศูนย์กลางการเดินทาง รถไฟไปสนามบิน รถไฟในเมือง แท็กซี่และรถบัส

เฉพาะอพาร์ทเม้นท์ที่สร้างนับสิบตึก รวมหลายพันยูนิตนี่ก็แทบจะคุ้มค่าก่อสร้างอยู่แล้ว นี่ยังได้ศูนย์การค้าสุดหรูและศูนย์กลางธุรกิจการเงินเพิ่มมาอีกด้วย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ทางการฮ่องกงนี่เขาจะแบ่งการก่อสร้างทั้งหมดเป็นส่วนๆ เพื่อเอกชนได้มีส่วนร่วมหลายๆ เจ้า มีการแข่งขันกันที่จะให้ผลประโยชน์กับทางการ และการก่อสร้างเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยแนวคิดแบบนี้ทำให้ค่าโดยสารถ้าซื้อคนเดียวจากสถานีฝั่งเกาลูนไปสนามบิน ผู้โดยสารจะจ่ายเพียง 90 เหรียญฮ่องกงหรือราว 360 บาท ขณะที่ถ้านั่งแท็กซี่ ผู้โดยสารอาจจะต้องจ่ายแพงกว่า 4 ถึง 5 เท่าเลยทีเดียว ถ้าเดินทางเป็นกลุ่ม ค่าโดยสารก็จะถูกลงไปอีก  ที่สำคัญการใช้แอร์พอร์ตเอ็กเพรสนั้นใช้เวลาเพียง 17 นาทีเท่านั้น ขณะที่แท็กซี่ต้องใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงเลยทีเดียว

เห็นแล้วนะครับ ว่าการคิดแบบมียุทธศาสตร์ของฮ่องกงนั้นมีประโยชน์กับส่วนรวมอย่างไร ที่สำคัญการเปิดเผยยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนจะทำให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมและเกิดความโปร่งใส ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นถูกกระจายไปอย่างทั่วถึง

เอ๊ะ!! หรือที่ไม่ค่อยอยากประกาศอะไรให้ชัดเจนก็เพราะเหตุนี้ครับ?

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow