ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 17 ยุทธศาสตร์สร้างเด็กไทยสู่ AEC

0
69

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 17 ยุทธศาสตร์สร้างเด็กไทยสู่ AEC

วันเสาร์หน้าที่จะถึงนี้ เป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมซึ่งทุกท่านรู้ดีว่าเป็นวันเด็กแห่งชาติ แต่รู้มั้ยครับว่า เดิมทีวันเด็กในเมืองไทยที่เริ่มฉลองกันครั้งแรกในปี 2498 นั้น ฉลองกันในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมนะครับ ฉลองกันมาได้ 8 ปี ผู้ใหญ่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเดือนตุลาคมมันยังมีฝนตกอยู่ เด็กๆ มางานลำบาก คณะรัฐมนตรีก็เลยมีมติเปลี่ยนมาจัดงานกันในเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา  แต่ก็แบบไทยไทยนะครับ ไม่ค่อยคิดวางแผนล่วงหน้าเท่าไหร่ ครม.สมัยนั้นเอาเรื่องนี้เข้าประชุมในเดือน กุมภาพันธ์ 2507 ว่าต่อไปจะฉลองกันในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมแทน ในปี 2507 เด็กๆ เลยอดฉลองวันเด็กกันเลย

มาดูคำขวัญวันเด็กกันบ้าง ผมว่ามีอะไรให้เรียนรู้เยอะเลยครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499  ซึ่งเป็นปีแรกที่ไทยเรามีคำขวัญมอบให้เด็กโดย จอมพล ป. ว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ คำขวัญวันเด็กทั้ง 5 ปีเริ่มต้นด้วยประโยคเดียวกันหมดว่า “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า……” แล้วก็ต่อท้ายด้วยคำสั่งแบบทหารหาญเลยทีเดียวว่า “ …จงเป็นเด็กที่รักก้าวหน้า …จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด …จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย ….ฯลฯ

จอมพลถนอม ซึ่งมีโอกาสมอบคำขวัญวันเด็กถึง 10 ปี มีคำขวัญในปี 2516 ที่ผมคิดว่าคนจำได้มากที่สุดคือ “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ”  ซึ่งตอนหลัง พลเอก เกรียงศักดิ์ เอาคำขวัญดังกล่าวมาปัดฝุ่นและแก้ไขเล็กน้อย มอบให้เด็กในปี 2521 ว่า “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง”

เราจะเห็นว่า นายกฯไทยแต่ละสมัยก็พยายามจะหาคำที่เหมาะสม คำใหม่ๆที่พวกเขาคิดว่าเก๋ไก๋ หรือสังคมไทยกำลัง “ขาด” มาใส่ในคำขวัญวันเด็ก  สมัยพลเอกเปรม เป็นสมัยแรกที่มีคำประเภท “ซื่อสัตย์ คุณธรรมและนิยมไทย” ในคำขวัญเด็ก ส่วนนายกฯชวน นี่ต้องถือว่าไม่ลอกใครเลยเพราะใช้คำใหม่หมดทั้งสามคำในปีแรกที่เป็นนายกฯ ในปี 2536 คือ “ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”

นายกฯ ทักษิณ มักจะ “คิดนอกกรอบ” โดยเขียนไม่ค่อยเน้นการมีสัมผัสเสียง และจะสะท้อนความเป็นตัวตนของ นายกฯทักษิณ มาก โดยจะเน้น เรื่อง  “คิด อ่านและกล้า” ที่ไม่เคยมีนายกฯคนไหนอยากให้เด็กไทยเป็นมาก่อน ส่วนนายกฯอภิสิทธิ์ ใช้คำใหม่ที่ไม่ซ้ำใครคือคำว่า “จิต” โดยเขียนว่า “…จิตบริสุทธิ์ …มีจิตสาธารณะ” และก็เน้นเรื่อง “คิด” เหมือนนายกฯทักษิณ

ส่วนนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ได้ริเริ่มใช้คำว่า “ปัญญา” ซึ่งก็ไม่เคยมีใครใช้มาก่อน อาทิ “…มีความรู้ คู่ปัญญา..”ในปีที่แล้ว ส่วนปีนี้เก๋ไก๋สุดเพราะใช้คำว่า “อาเซียน” ในคำขวัญและถือเป็นปีแรกที่คำขวัญวันเด็กเริ่มก้าวไกลไปสู่ภาคต่างประเทศแล้ว ปีนี้คำขวัญของนายกฯยิ่งลักษณ์ คือ “รักษาวินัย ใฝ่ความรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน” ครับ เอาเป็นว่าผมรู้แล้วว่า “ใคร” คือตัวช่วย นายกฯยิ่งลักษณ์ ในการนำพาไทยเข้าสู่อาเซียน ที่แท้เป็นเด็กๆนี่เอง

ถ้างั้น เราลองมาดูยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของไทยในการเข้าสู่ AEC ดูมั้ยครับว่าเด็กๆ จะเป็นตัวช่วยได้จริงมั้ย รัฐบาลนี้เขาเขียนยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านการศึกษา ไว้ 6 ข้อดังนี้ครับ

1. ปรับเวลาเปิด ปิดภาคเรียนอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการโอนหน่วยกิตระหว่างกันของนักศึกษา
2. พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องอาเซียนให้เหมาะสมกับระดับการศึกษาขั้นประถม มัธยม อาชีวและอุดมศึกษา ทั้งความรู้เกี่ยวกับอาเซียน อัตลักษณ์ ภาษาและวัฒนธรรม
3. พัฒนาหลักสูตรมาตรฐานอาเซียนควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อรองรับการถ่ายโอนหน่วยการเรียนระหว่างสมาชิกอาเซียน
4. พัฒนากระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดทักษะในการอ่าน เขียนและสื่อสารได้ดี
5. พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยเน้นความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวะให้มีทักษะ ความรู้วิชาชีพสอดคล้องกับความต้องการกับภาคการผลิตและบริการ
6. พัฒนา/สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี ICT เพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

อย่างนี้เรียกยุทธศาสตร์ไม่ได้จริงๆครับ และถ้าผู้ใหญ่เขียนยุทธศาสตร์การศึกษากันได้แค่นี้ นอกจากท่านจะ ”ไม่สร้าง” เด็กไทยให้นำพาไทยสู่อาเซียนแล้ว ท่านกำลังจะ “ทำลายโอกาส” เด็กๆอีกด้วยนะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow