ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 15 “ยุทธศาสตร์สร้างความน่าเชื่อถือให้สภาฯ (2)”

0
88

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมชี้ให้เห็นว่าทำไมสภาเสื่อม ตอนนี้เรามาต่อที่ “ยุทธศาสตร์” การแก้ไขกันนะครับ

เพื่อให้มี “ผู้รับผิดชอบ” ในความเสื่อมของสภาฯ ผมเราคิดว่าควรเอา “ระบบคะแนน” เหมือนใบขับขี่มาใช้ โดยให้คะแนนเต็มกับผู้แทนทุกคน เมื่อมีการอภิปรายที่จะทำให้สภาเสื่อมก็หักคะแนนผู้อภิปราย และเพื่อให้พรรคไม่ลอยตัวและมีความรับผิดชอบก็ต้องหักคะแนนหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าด้วยเป็นสัดส่วนไป ประธานและรองประธานสภาฯ ก็ต้องโดนหักคะแนนเมื่อไม่สามารถควบคุมการประชุมได้เช่นกัน

คะแนนที่โดนหักดังกล่าวนอกจากจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว เมื่อโดนหักคะแนนจนถึงระดับหนึ่งแล้ว ผู้แทนนั้นต้องดดน “เว้นวรรค” การเมือง และถ้าจะให้ดีให้เอาคะแนนที่โดนหักออกมาหักจากคะแนนเลือกตั้งทั้งในส่วนบุคคลและคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ก็จะยิ่งได้ผลนะครับ

ควรขอให้ “สถาบันพระปกเกล้าฯ” มาร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ ในการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการทำงานในสภาและการบริหารประเทศ พร้อมทั้งจัดทีมนักวิชาการมาดูแลการค้นคว้าทำวิจัยข้อมูลที่จะนำไปอภิปราย และกำหนดให้ผู้แทนต้องเข้าเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ซึ่งหลักสูตรสามารถกำหนดให้หลากหลายตามระดับของปัญหาของประเทศชาติในอนาคตและระดับปัญญาของผู้แทน

ห้องเรียนก็ควรจะเป็นห้องเล็กๆ เรียนกันทีละไม่กี่คนเพื่อให้ผู้แทนได้มีโอกาสซักถาม แสดงความเห็น และเป็นการฝึกการภิปรายในที  นอกจากความรู้แล้วต้องสอนเรื่องคุณค่าของเวลาและกริยามารยาทต่างๆที่ดีเพื่อให้ผู้แทนสามารถเป็นต้นแบบที่ดีของเยาวชนไทยในอนาคตต่อไปได้

เพื่อให้การอภิปรายมีแต่ความจริงซึ่งพิสูจน์ทราบได้ สื่อมวลชนควรจะทำการวิเคราะห์และเผยแพร่อย่างรวดเร็วว่า สิ่งที่ได้มีการอภิปรายไปแล้วนั้น ในแต่ละประเด็น ใครพูดจริง ใครโกหก ใครบิดเบือนข้อมูลและที่สำคัญสื่อต้องบอกประชาชนว่าความจริงทั้งหมดนั้นคืออะไร

นอกจากนี้ สื่อควรจัดพื้นที่ให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างเท่าเทียมกันในการนำเสนอเนื้อหาสาระต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอ เอากันให้เต็มที่ เปิดเผยตัวกันไปเลย ไม่ต้องทำให้พรรคการเมืองต้องทำตัว “แอบจิต” แอบไปทำทีวีหรือซื้อสื่อต่างๆแล้วทำท่าว่าไม่เกี่ยวข้อง  งบประมาณทั้งสองส่วนนี้ผมคิดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งควรจัดหามาให้

สภาต้องถอดเทปคำอภิปรายและเผยแพร่ให้กว้างขวางทั้งทางสื่อต่างๆและทางอินเตอร์เนต เพื่อ “ลด” การอภิปรายที่ “ไร้สาระ” และเปิดโอกาสให้ประชาชน นักวิชาการเข้ามาตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา สามารถให้คะแนนการอภิปรายว่าสอบได้หรือสอบตก ก่อนการเลือกตั้ง กกต.ควรที่จะนำเทปการอภิปรายและคำอภิปรายเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อเป็นการเตือนความจำประชาชนว่าใครเป็นอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจลงคะแนน

ในระบบสภาที่บ้านเราใช้ ไม่ว่าจะอภิปรายกันยังไง เมื่อมีการลงคะแนนฝ่ายรัฐบาลย่อมชนะเสมอ ดังนั้น ปปช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบชี้ให้ประชาชนเห็นว่าความจริงเป็นเช่นไร กำหนดระยะเวลาไปเลยครับว่าภายในสองสัปดาห์ต้องสรุปให้ได้

ระหว่างชมการถ่ายทอดสด ประชาชนสามารถ “โหวต” แสดงความเห็นและให้คะแนนผู้แทนว่าอภิปราย “ดีหรือแย่” หากอภิปรายเยิ่นเย้อ นอกเรื่อง ประท้วงเกินเหตุหรือแสดงกริยามารยาทที่ไม่เหมาะสม ประชาชนโหวต “แย่” มากกว่า “ดี” ผู้แทนคนนั้นต้อง “ยุติ” การอภิปรายทันที ทั้งนี้ผลการโหวตดังกล่าวควรจะแสดงที่หน้าจอทีวีและในสภาฯพร้อมๆ กันผู้อภิปรายจะได้รู้ตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทัน  ผู้แทนที่ได้คะแนนโหวตดีก็ควรได้รับสิทธิให้อภิปรายในเวลาที่ดีเมื่อจะมีการอภิปรายครั้งต่อไป  นอกจากนี้ผมคิดว่าประชาชนควร ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองการวิจารณ์การอภิปรายของผู้แทนเช่นเดียวกับที่ผู้แทนมีนะครับ

เมื่อเราคิดอย่างเป็น “ยุทธศาสตร์” แล้ว เรื่องที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เช่นการแก้ไข “ความเสื่อมของสภา” ก็ยังมีโอกาสเป็นไปได้เลยนะครับ

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow