มุมมองเกษมสันต์ ตอน แผนปฏิรูปประเทศ ฉบับภาษาวิบัติ (1)

0
104

เมื่อเจ็ดแปดปีที่แล้ว ผมเริ่มเตือนประเทศไทยด้วยการเขียนบทความและบรรยายตามที่ต่างๆว่าประเทศไทยไม่มียุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการที่ประเทศไทยพัฒนาได้ช้ากว่าประเทศอื่นๆ

อีกสามปีต่อมาจึงมีผู้บริหารสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมออกมายอมรับว่ายุทธศาสตร์เป็นเรื่องใหม่ในการบริหารประเทศ หลังจากนั้นไทยเราก็มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และสุดท้ายเราก็ได้ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ในเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งผมวิจารณ์ว่ามันยังไม่ใช่การเขียนยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องอยู่ดี เราไม่สามารถเรียกมันได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้องหลายคนก็ออกมาชี้แจงว่าขอให้รอดูแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ เสียก่อนค่อยวิจารณ์

เมื่อแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ประกาศออกมาในเดือนเมษายน 2562 ผมก็รีบอ่านอย่างละเอียดและเขียนบทความวิจารณ์อย่างหนักต่ออีกว่าเป็นแผนแม่บทที่เลอะเทอะมาก ใครสนใจอ่านบทความวิจารณ์ยุทธศาสตร์และแผนแม่บทของผมย้อนหลัง (ลองไปหาอ่านย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์นี้ / search คำว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติ)

ก่อนหน้านั้นได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแผนปฏิรูปประเทศในเดือนเมษายน 2561 ดังนั้นเมื่อมียุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทออกมา สำนักงานสภาพัฒนฯ ในฐานะสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศจึงได้เสนอร่างแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ให้คณะรัฐมนตรีซึ่งก็ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อมีการเผยแพร่ผมก็รีบอ่านอย่างละเอียดเช่นเดิม โดยมีความหวังว่าแผนปฏิรูป (ฉบับปรับปรุง) นี้จะแก้ไขและปิดจุดอ่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทได้

แผนการปฏิรูป (ฉบับปรับปรุง) นี้ มีแผนปฏิรูปประเทศทั้งหมด 13 ด้านคือ 1 การเมือง 2 การบริหารราชการแผ่นดิน 3 กฎหมาย 4 กระบวนการยุติธรรม 5 เศรษฐกิจ 6 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7 สาธารณสุข 8 สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ 9 สังคม 10 พลังงาน 11 การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 12 การศึกษา และ 13 วัฒนธรรม กีฬา แรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

เมื่อเริ่มอ่าน ผมรู้สึกได้ทันทีว่าคงไม่มีรัฐมนตรีคนไหนได้อ่านแผนปฏิรูป และผู้บริหารสภาพัฒน์ ฯ ก็ไม่น่าจะได้อ่าน เพราะพอเริ่มอ่านก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นจนน่ากังวลใจ แถมในแต่ละแผนปฏิรูปการใช้ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะสอดคล้องกัน ทำให้เข้าใจไปว่าผู้ใหญ่คงจะไม่ได้อ่านและก็คงไม่มีบรรณาธิการใหญ่อ่านแผนปฏิรูปนี้เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงให้ทั้ง 13 แผนมีความสอดคล้องกันทั้งวิธีการเขียนและการใช้ภาษาอังกฤษ

เมื่ออ่านบทนำของแผนฯ ก็เจอการเขียนว่า “….กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock)….” แบบนี้ถึง 4 ครั้ง ซึ่ง “กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ” ก็มีความหมายชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาวงเล็บภาษาอังกฤษต่อท้ายอีก

ผมจึงเริ่มนับคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในแผนปฏิรูปและพบว่าในแผนทั้งหมดที่มีความยาวรวม 354 หน้านั้น มีการใช้ภาษาอังกฤษมากถึง 1,203 คำ ทั้งเขียนไว้ในวงเล็บและใช้แทนภาษาไทยไปเลย ซึ่งมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นการใช้ที่ไม่มีความจำเป็นและไม่ถูกต้อง

ผมคิดว่าการเขียนเอกสารราชการที่สำคัญเช่นแผนการปฏิรูปประเทศและเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น สมควรที่จะเขียนโดยใช้ภาษาไทยเป็นหลัก จะใช้ภาษาอังกฤษมาเสริมก็ต่อเมื่อไม่มีคำภาษาไทยที่เหมาะสมหรือเกรงว่าความหมายในภาษาไทยคำนั้นอาจจะคลุมเครือ หรือเป็นศัพท์ทางเทคนิคในภาษาต่างประเทศที่ยังไม่มีการบัญญัติเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ที่น่าจะต้องแก้ไขอย่างมากในแผนฯนี้ก็คือการเอาภาษาอังกฤษมาต่อท้ายคำภาษาไทยที่เราใช้กันบ่อยจนมีความเข้าใจตรงกันชัดเจนอยู่แล้ว อาทิ วาระแห่งชาติ (National Agenda) เนื้อหา (Content) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความเคารพ (Respect) มิตรภาพ (Friendship) หรือ แอพพลิเคชั่น (Application) เป็นต้น คำประเภทนี้ภาษาไทยมีความชัดเจนในตัวเอง คนไทยใช้กันบ่อย อ่านแล้วก็เข้าใจตรงกัน ทำไมจะต้องเอาภาษาอังกฤษมาใส่วงเล็บต่อท้ายไว้ในเอกสารราชการอีก แม้แต่คำว่า เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในแผนฯ นี้ก็ยังอุตส่าห์มีวงเล็บภาษาอังกฤษว่า ( COVID-19) ต่อท้ายอีกไม่รู้กลัวใครจะไม่เข้าใจ

วันอาทิตย์ (Sunday) หน้าผมจะมาเขียน (Write) ต่อถึงการใช้ภาษาอังกฤษ (English) ในแผนปฏิรูปฯซึ่งผมเป็นห่วง (Worry) มากๆ (Very Much) แต่ก็มีเรื่องสนุก (Fun) และเรื่องเศร้า (Sad) เคล้าน้ำตา (Tears) มาให้อ่านด้วยนะครับ

เชิญอ่าน แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง)

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow