DAILYNEWS – AMAZING AEC : ปิ๊น ปิ๊น

0
124

photo from https://en.wikipedia.org/wiki/Transport_in_Vietnam#/media/File:Traffic_In_Saigon_(244218359).jpeg

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2557

คนที่เคยไปเที่ยวเวียดนามคงจะพอจำได้ว่าคนเวียดนามนั้นชอบขี่มอเตอร์ไซค์กันมากขนาดไหน ในเมืองใหญ่ทาง เศรษฐกิจเช่นโฮจิมินห์หรือเมืองหลวงอย่างฮานอยนั้นว่ากันว่าคนเวียดนามทุกๆ สองคนมีมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันเลยทีเดียว

มอเตอร์ไซค์เวียดนามนี่เขาสามารถนั่งกันได้ถึง 5 คนเลยนะครับพ่อแม่กับลูกอีกสามคน หรือถ้าจะขนของเขาก็จะมีวิธี บรรทุกจนมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ สามารถบรรทุกของได้จนคนได้เห็นต้องรีบถ่ายรูปเพราะน่าอะเมซิ่งเหลือเกิน อะไรจะขน ได้มากมายขนาดนั้น ที่น่าอะเมซิ่งและน่าทำตามอีกอย่างก็คือคนเวียดนามเขา “เคารพกฎหมาย” กันมากนะครับโดยเฉพาะ กฎหมายที่บังคับให้ใส่หมวกกันน็อค ก่อนหน้านี้คนเวียดนามเขาก็ไม่ใส่หมวกกันน็อคเหมือนบ้านเรานี่แหล่ะครับ แต่พอ รัฐบาลออกกฎหมายให้ใส่หมวกกันน็อคโดยบังคับผู้ใหญ่สองคนบนมอเตอร์ไซค์แต่ยกเว้นให้เด็กๆ พอเริ่มบังคับให้ใส่ คนเวียดนามเขาก็ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคน ขนาดผมนั่งรถออกไปนอกเมืองไกลก็ยังเห็นคนเวียดนามขี่มอเตอร์ไซค์ ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคน 

ถนนในเมืองใหญ่ๆจะเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ ถ้าใครคิดจะข้ามถนนแต่อยากจะรอให้ถนนว่างก่อนจึงจะ ค่อยข้ามนี่จะ ไม่ได้ข้ามถนนเลยนะครับ เพื่อนเวียดนามบอกผมว่าเคล็ดลับในการข้ามถนนที่นั่นก็คือ “ข้ามเลย” คนที่นั่นเขาขี่ มอเตอร์ไซค์กันลื่นไหลเหมือนสายน้ำ เพราะฉะนั้นเขาจะมีวิธีขี่มอเตอร์ไซค์แบบไม่ให้ชนเรา เวลาเราเดินข้ามถนน เราจะรู้สึกเหมือนเดินตัดสายน้ำยังไงยังงั้นครับ แต่ข้อห้ามก็คือ “ห้ามสบตาคนขี่มอเตอร์ไซค์” เพราะเมื่อสบตาจะทำให้ เกิดการลังเลของคนขี่มอเตอร์ไซค์ว่าจะให้เราไปหรือไม่ เราเองก็จะลังเลว่าจะข้ามหรือไม่ข้าม อันตรายกว่าการข้าม ไปเลยครับ

สิบกว่าปีที่แล้วมอเตอร์ไซค์จะเต็มถนนตลอดเวลายกเว้นตอน 5 โมงเย็นจนถึง 2 ทุ่ม เพราะตอนนั้นเป็นเวลาเลิกงาน แต่ด้วยความเป็นคนขยัน คนเวียดนามเขาจะใช้เวลาหลังเลิกงานไปเรียนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน คอมพิวเตอร์หรือการบริหารจัดการด้านธุรกิจ ด้วยความขยันแบบนี้ เจ้าของกิจการในเวียดนามทั้งคนไทยและ คนต่างประเทศแทบทุกคนบอกกับผมว่าเมื่อเปรียบเทียบความสามารถกันตัวต่อตัวแล้ววันนี้คนเวียดนามเก่งกว่าคนไทย แล้วนะครับ ผลการทดสอบทางวิชาการเช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์หรือภาษาอังกฤษขององค์กรระดับโลกหลายๆ องค์กรก็บอกแบบเดียวกัน

พอหลังสองทุ่มก็เป็นเวลาพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยความที่ในอดีตโทรทัศน์และวิทยุยังจัดรายการกันไม่ค่อยดี ความชัดเจน ก็ยังน้อย คนเวียดนามเลยพักผ่อนหย่อนใจด้วยการออกมาขี่มอเตอร์ไซค์เล่นกันตามท้องถนนจนเต็มไปหมด หนุ่มสาวจะ จีบกันก็จีบกันบนอานมอเตอร์ไซค์นี่แหล่ะครับ ขี่กันไปจีบกันไป ที่สำคัญคือคนที่นั่นเขาจะขี่มอเตอร์ไซค์กันไปบีบแตร “ปิ๊นๆ” ตลอดเวลา คนไทยที่ไปเวียดนามใหม่ๆจะรู้สึกงงๆและรำคาญ เพราะจะได้ยินเสียง “ปิ๊นๆๆๆๆ” ตลอดเวลา บางคนอาจนึกในใจว่าจะบีบแตรกันหาอะไร? 

รู้มั้ยครับที่คนเวียดนามเขาบีบแตร “ปิ๊นๆ นั่นน่ะ เขาบีบแตรเพื่อทักทายกันนะครับ เขาไม่ได้บีบแตรเพื่อจะไล่กัน หรือขอทาง ใครขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้ๆ เขาก็บีบแตรทักกัน รู้จักไม่รู้จักก็ทักกันได้ น่าอะเมซซิ่งนะครับ

มาถึงวันนี้ แม้ว่าบนถนนในเวียดนามมีรถเก๋งมากขึ้นกว่าเดิมเยอะแต่คนเวียดนามก็ยังชอบขี่มอเตอร์ไซค์กันเหมือนเดิม และยังชอบบีบแตร “ปิ๊นๆ” กันเหมือนเดิมแม้ว่าความหมายจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย วันนี้เวลาคนขี่มอเตอร์ไซค์เขาบีบแตร นอกจากจะบีบเพื่อทักทายกันแล้วยังเป็นการบีบเพื่อบอกรถเก๋งคันข้างๆว่า “ฉันตัวเล็ก ฉันวิ่งอยู่ข้างๆเธอนะ อย่าแว้บมาชนฉันนะ” ส่วนคนที่ขับรถเก๋งหรือรถบรรทุกก็จะบีบแตร “ปิ๊นๆ” เหมือนกันเพื่อจะบอกคนขี่มอเตอร์ไซค์ว่า “ฉันกำลังมาแล้วนะ อย่ามาขี่มอเตอร์ไซค์ตัดหน้าฉันนะ ฉันคันใหญ่ เดี๋ยวเธอเจ็บตัว” 

วิธีคิดคนเวียดนาม น่ารักน่าอะเมซิ่งมั้ยครับ?

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow