การสื่อสารในภาวะวิกฤติแบบสิงคโปร์ (2) Amazing AEC

0
113

การสื่อสารในภาวะวิกฤติ2

หลังจากปรากฏตัวเสมือนอยู่ในบ้านในเสื้อเชิร์ตสีชมพูสดใส บรรยากาศสบาย ๆ และทักทายกับคนสิงคโปร์แล้ว นายก ฯ ลี เซียน ลุง ได้พูดว่า วันนี้เขาจะมาพูดความจริงแบบตรงไปตรงมากับประชาชน โดยเริ่มต้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นว่า หลังจากการต่อสู้กับวิกฤติการระบาดของ “ซาร์ส” เมื่อ 17 ปีที่แล้วทำให้เทคโนโลยี ความรู้และความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ของสิงคโปร์นั้น มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับมือกับโคโรน่าไวรัส อีกทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันภัยและหน้ากากอนามัยก็มีมากเพียงพอ ดังนั้นประเทศสิงคโปร์จึงมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้

หลังจากสร้างความมั่นใจแล้ว นายก ฯ ลี เซียน ลุง ก็ได้เริ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับโคโรน่าไวรัส ด้วยการใช้ภาษาง่าย ๆ ข้อมูลถูกต้องตรงไปตรงมา ด้วยการเปรียบเทียบกับซาร์ส และ ไข้หวัดธรรมดาว่า ไข้หวัดโคโรน่านั้นติดต่อ และ แพร่กระจายได้ง่ายกว่าซาร์ส แต่อันตรายน้อยกว่ามาก อัตราการตายนั้นใกล้เคียงกับไข้หวัดธรรมดาเท่านั้นเอง สำหรับผมช่วงนี้ถือว่าเป็นการอธิบายความรุนแรงของไข้หวัดโคโรน่าได้ชัดเจน ด้วยการพูดไม่กี่ประโยคได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถทำให้คนสิงคโปร์ไม่ตระหนกเกินกว่าเหตุได้อย่างดี

แต่ด้วยการระบาดที่เริ่มจะหาคนต้นเหตุได้ยากขึ้นทุกที ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์จึงต้องคุมเข้มสถานการณ์ ยกระดับการเฝ้าระวังและเลื่อนการจัดงานที่จะมีคนมาชุมนุมกันออกไปก่อน รวมถึงงานตรุษจีนซึ่งปรกติจะจัดกันที่ทำเนียบรัฐบาลออกไปก่อน แต่ขอให้ประชาชนอย่าตกใจ เพราะสิงคโปร์จะไม่ปิดประเทศหรือควบคุมการออกจากบ้านของคนสิงคโปร์ อีกทั้งอาหารสำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภคก็มีมากเพียงพอ ไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนอะไรทั้งสิ้น นายก ฯลี เซียน ลุง อธิบายต่อก่อนจะแนะนำถึงการปฏิบัติตัวของคนสิงคโปร์ว่า
หนึ่ง ควรดูแลและป้องกันตัวเอง ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงล้างมือบ่อย ๆ และอย่าเอามือไปสัมผัสหน้าตาโดยไม่จำเป็น
สอง พยายามวัดไข้ตัวเองวันละสองครั้ง
และสาม ถ้ารู้สึกไม่สบายก็อย่าไปในที่ซึ่งแออัดมีคนเยอะ และให้ไปหาหมอทันที
ซึ่งเป็นสามข้อซึ่งทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

แต่เพราะการระบาดมันไปเร็วกว่าที่ทุกคนคาด นายก ฯ ลี เซียน ลุง จึงขอให้คนที่รู้สึกไม่สบายเพียงเล็กน้อยให้ลองดูอาการ พยายามทานยาหรือดูแลตัวเองไปก่อน ไม่ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพราะต้องการจะเก็บโรงพยาบาลและหมอเอาไว้คนติดโคโรน่าไวรัสจริงๆ

หลังจากนั้น นายก ฯ ลี เซียน ลุง ได้พูดสร้างความเชื่อมั่นและสปิริตของคนสิงคโปร์ได้อย่างน่าสนใจว่า.. สิ่งที่เกิดขึ้นคือบททดสอบของการร่วมมือกัน และความเข้มแข็งของขวัญกำลังใจของคนสิงคโปร์ แน่นอนความวิตกกังวลเป็นธรรมชาติ และเป็นเรื่องปรกติในเวลาเช่นนี้ ความกลัวเป็นสิ่งที่ทำร้ายเราได้มากกว่าไวรัส ดังนั้นถ้าทุกคนตื่นกลัว แชร์ข่าวผิด ๆ กักตุนอาหารและหน้ากากอนามัย หรือตำหนิต่อว่ากลุ่มคนที่ก่อให้เกิดการระบาด จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ลง พวกเราควรจะใช้ความกล้าหาญร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคช่วงนี้ไปด้วยกัน และนี่คือสิ่งที่คนสิงคโปร์ควรจะทำในช่วงนี้

ต่อมา นายก ฯ ลี เซียน ลุงได้ยกย่องชมเชยคนที่เสียสละทำงานหนักในช่วงที่ผ่านมา เช่น ผู้นำในชุมชน อาสามัคร บุคลากรทางการแพทย์ คนทำงานเพื่อสาธารณะ เช่น คนขับรถโดยสารต่าง ๆ ที่อุทิศตนทำงานเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี และ ย้ำอีกครั้งว่าการกระทำของบุคคลากรเหล่านี้แหล่ะ คือความเป็นคนสิงคโปร์อย่างแท้จริง

ในการพูดตลอด 7 นาทีเศษ ๆ ของ นายก ฯ ลี เซียน ลุง นั้น เขาได้ให้ข้อมูลที่สำคัญซึ่งประชาชนควรรู้ เพื่อจะได้ไม่ต้องตื่นตระหนกในภาษาง่าย ๆ รวมถึงคำแนะนำว่าประชาชนควรดูแลรักษาตนเองอย่างไรได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะเดียวกันเขาไม่ได้ตำหนิใครเลยในการเป็นต้นเหตุของการระบาด ไม่ได้ตำหนิคนจีนประเทศจีน ไม่มีการตำหนิคนที่ตกใจไปกักตุนสินค้า ตรงกันข้ามเขากลับบอกว่าคนสิงคโปร์ไม่ควรตำหนิใครเลย (นี่เป็นสิ่งที่ไทยเราทำตรงกันข้าม เราตำหนิเราด่าคนที่เราคิดว่าพวกเขาเป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาดในไทย โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของคนเหล่านั้นเลย)

ทุกถ้อยคำที่พูด ทุกอากัปกิริยา น้ำเสียง สีหน้าแววตาท่าทาง การยกไม้ยกมือ การแต่งกาย และ ฉากหลังในการพูดของ นายก ฯ ลี เซียน ลุง คราวนี้ล้วนแต่ถูกเตรียมการโดย “มืออาชีพ” ซึ่งจะต้องวิเคราะห์มาแล้วอย่างดีว่า อะไรคือสาระสำคัญที่ประชาชนอยากรู้ และ ควรรู้ อะไรคือสิ่งประชาชนควรทำ ประโยคไหนควรพูดด้วยน้ำเสียง แววตาท่าทีเช่นไรจึงจะสามารถลดความตื่นกลัว สร้างความเชื่อมั่น และ จะพลิกสถานการณ์สร้างจิตวิญญาณของความเป็นสิงคโปร์ขึ้นมาได้อย่างไรในภาวะวิกฤติเช่นนี้ น่าชมเชย และ น่าศึกษาครับ

การสื่อสารในภาวะวิกฤติ2
การสื่อสารในภาวะวิกฤติ2

บันดาลใจ
June04
June01
June02
June03
june05
previous arrow
next arrow